เมนูหลัก
สมาชิก

สินค้ามาใหม่

แมกนีเซียมคีเลท

แมกนีเซียมคีเลท

อาหารรอง "แมกนีเซียมชนิดเข้มข้นพิเศษ “แมกซ์” สูตรเร่งใบเขียว เพิ่มการสังเคราะห์แสง คุณสมบัติ : เป็นธาตุอาหารรองในรูปคีเลท ใช้ฉีดพ่นได้ทุกช่วงของพืช ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์แสงของใบพืช เร่งใบเขียว บำรุงต้น

  250.00  บาท

กลุ่มบริษัทภควัต
ลดต้นทุนกว่า 50% เพิ่มคุณภาพ และปริมาณผลผลิต
ลดต้นทุนกว่า 50% เพิ่มคุณภาพ และปริมาณผลผลิต
ลดต้นทุนกว่า 50% เพิ่มคุณภาพ และปริมาณผลผลิต

เทคนิคการปลูกมะปราง,มะยงชิด

การ เกษตร งานอดิเรกที่สร้างรายได้ และความสุข ของคุณลุงเชิงชาญ ชาประสิทธิ์ ย่างเข้าสู่ฤดูกาลให้ผลผลิตของมะปรางหวาน มะยงชิด นายยักษ์เขียว ได้รับการติดต่อจาก คุณสมพร แห่งร้านวัสดุพืชพันธุ์การเกษตร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ให้ไปเที่ยวลิ้มรสชาติของมะปรางและมะยงชิดแห่งสวนของคุณลุง เชิงชาญ ชาประสิทธิ์กับพื้นที่ 50 ไร่ ซึ่งมีทั้ง มะปราง มะยงชิด มะละกอและยางพารา หลังจากได้นัดพบกันที่ร้านแล้ว ก็พากันตรงดิ่งเข้าสวนซึ่งอยู่ในเขต อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ห่างออกไปจากร้านประมาณ 40 กิโลเมตร ระหว่างทางนายยักษ์เขียวก็สอบถามไปขับรถไป ทราบว่า คุณลุง ซื้อที่ตรงแถบนี้ไว้ตั้งแต่ไร่ละ 3,000 บาท ซึ่งตอนนี้ก็ประมาณ 30,000 บาทต่อไร่(เรียกว่าวางแผนการพักผ่อนไว้นานทีเดียว) ซึ่งเดิมที่ปลูกมีทั้งทุเรียน เงาะ แต่ช่วงหลัง(7-8 ปีที่ผ่านมา)เปลี่ยนมาเป็น มะปราง มะยงชิด รวม ๆ ประมาณ 300 ต้น + ยางที่อีก 30 ไร่ อาชีพหลักคือการเปิดอู่รับซ่อมเครื่องยนต์ จันทร์-เสาร์ ก็จะดูแลธุรกิจที่อู่ ส่วนวันอาทิตย์ก็จะเข้าสวนเรียกได้ว่าเป็นงานอดิเรกพักผ่อนไปในตัว แถมยังมีรายได้จากผลผลิต ซึ่งวันที่นายยักษ์เขียวเข้าไป ก็พอดีกับวันอาทิตย์ ซึ่งที่สวนกำลังให้คนงานเก็บผลผลิตไปขายกันพอดี ถามต่อถึงเรื่องราคาตอนนี้ ลุงเชิงชาญ กล่าวว่า ที่สวนเก็บส่งพ่อค้าและชาวบ้านในพื้นที่ แบบคละขนาดไม่ได้แยกผลเล็กผลใหญ่ ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท โดยมีคนมาสั่งจองและรับซื้อตลอด อย่างปีนี้ติดดกหน่อย บนต้นมีถึง 4 รุ่น แถมยังมีดอกติดออกมาอีกชุดนึง รวม ๆ แล้วคงได้ประมาณ 5 รุ่น ไล่ไปถึงช่วงสารทจีนทีเดียว คละขนาด โลละ 80 บาท ราคาเดียวจ้าห่อถุงแบบบ้าน ๆ ก็เก็บได้จ้ะ ไม่ต้องลงทุนสูงสำหรับเรื่องการดูแลรักษานั้น ที่สวนจะใช้การให้น้ำแบบสปริงเกอร์ โดยเปิดให้วันเว้นวัน มีคนงาน 2 คน(ชาย 1 หญิง 1) คอยดูแลช่วงที่ลุงไม่อยู่ การให้ปุ๋ยเม็ดทางดินนั้นที่นี่จะเน้นแบบวิธีใส่มาก นาน ๆ ใส่ครั้ง(ประมาณ 3 เดือนต่อครั้ง)ที่ใช้วิธีนี้เพราะเรามีแรงงานน้อย การใส่ปุ๋ยแบ่งเป็นช่วง คือ
  1. ช่วงเตรียมต้น(บำรุงหลังเก็บ) ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยักษ์เขียว แถบทอง 1 ครั้ง อัตราประมาณต้นละ 1-3 กิโลกรัมแล้วแต่ทรงพุ่ม
  2. เมื่อดอกเริ่มโรย เริ่มติดเป็นเม็ดหัวไม้ขีด ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยักษ์เขียว แถบทอง 1 ครั้ง อัตราประมาณต้นละ 1-3 กิโลกรัมแล้วแต่ทรงพุ่ม
  3. เมื่อติดดกมาก ก็จะเสริม ปุ๋ยอินทรีย์ยักษ์เขียว แถบทองช่วงปลายกุมภาฯ อีก 1 ครั้ง เพราะบนต้นมีผลผลิตหลายรุ่น สำหรับทางน้ำนั้น ช่วงที่ติดผลจะใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล (ฝาเหลือง) เสริมทางดิน โดยให้ทางระบบสปริงเกอร์ ประมาณ 15 วัน/ครั้ง อัตราก็ไม่ได้มากมาย แล้วก็มีฉีดพ่นเสริมทางใบบ้างเป็นช่วง ๆ
      









 ส่วนเรื่องยาเคมี ที่นี่แทบไม่ได้ใช้ เพราะเราปลูกเอง ทำเอง ใช้แล้วมันตกค้างทั้งคนใช้ ทั้งคนกินจะแย่กันหมด ปิดท้ายนายยักษ์เขียวก็ถามถึงผลผลิตว่ามากน้อยอย่างไร เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ไม่ได้ใช้ ก็ได้คำตอบมาว่า มากกว่าและต้นก็สมบูรณ์กว่า สังเกตได้เลยว่าพอกระทบหนาวแล้วดอกติดดีมาก ๆ เรียกได้ว่ามีเก็บกันได้อีกยาวถึงช่วงสารทฯ ซึ่งราคาจะแพงกว่านี้อีกเลยทีเดียว ต้องขอขอบคุณ คุณลุงเชิงชาญ ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างเพียงพอ มีความสุขอยู่บนวิถีของโลกสมัยใหม่กับเครื่องยนต์กลไกผสมผสานกับธรรมชาติที่ ทุกชีวิตต่างถวิลหาได้อย่างลงตัวต้นทีเดียวครับ
แถมท้ายด้วยเทคนิคการปลูก,การให้ปุ๋ยในมะปราง,มะยงชิด เพื่อเอาไปปรับใช้กันครับ
 





แผนการปฏิบัติงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ
การทำผลผลิตคุณภาพ สำหรับสวนมะปราง-มะยงชิด
 
เมษายน-พฤษภาคม    เป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงต้องเร่งบำรุงต้นให้สมบูรณ์ จึงเริ่มต้นจาก การตัดแต่งกิ่ง โดยตัดกิ่งที่โรคแมลงทำลายเสียหาย เช่น กิ่งแห้ง กิ่งฉีกหัก กิ่งน้ำค้าง กิ่งซ้อนกันออก การกำจัดวัชพืช โดยทำความสะอาดแปลงและกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย จะใส่เมื่อตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชแล้ว ใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งการแตกยอดใหม่ โดย ทางดิน ใส่วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ใส่เดี่ยวหรือผสมร่วมกับปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 อัตรา 0.5 กิโลกรัม / ต้น หรือทางใบ ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา40-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร + อาหารเสริมรวม “คีเลท” สูตรฟื้นต้น ทุก ๆ 7-14 วัน เพื่อกระตุ้นให้ต้นฟื้นจากการแบกผลผลิตได้เร็ว  การให้น้ำ ให้น้ำตามปกติอย่าปล่อยให้ขาดน้ำ
หมายเหตุ  ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญช่วงหนึ่ง  เพราะหากเกษตรกรรีบบำรุงต้นตามคำแนะนำแล้ว ต้นที่ได้จะมีสภาพสมบูรณ์ พร้อมที่จะให้ดอกและผลผลิตปริมาณมากในรุ่นต่อไป
มิถุนายน - สิงหาคม    เป็นระยะที่มะปรางแตกใบอ่อนและเจริญ เติบโตทางใบ เนื่องจากอยู่ในฤดูฝนต้นจะมีใบอ่อนมาก จึงควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อให้ใบที่ได้มีคุณภาพ  ทางใบ ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา40-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 7-14 วัน ใบใหม่ที่ได้จะใหญ่ สมบูรณ์ ช่วยให้สังเคราะห์แสงได้ดี ถ้าสังเกตในช่วงนี้ จะเห็นว่าเมื่อใช้ไบโอเฟอร์ทิลตามที่แนะนำ แมลงศัตรูพืชจะลดลง ประหยัดต้นทุนสารกำจัดแมลง การให้น้ำ ให้น้ำถ้าฝนทิ้งช่วง อายุ 1 ปีขึ้นไป ให้น้ำ 5-7 วัน/ ครั้ง การกำจัดวัชพืช  ดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นรก เพราะจะเป็นแหล่งสะสมโรคแมลง
กันยายน-ตุลาคม    เป็นระยะที่ใบเริ่มแก่จัด  ก่อนที่ต้นมะปรางจะเข้าสู่ระยะพักตัว ช่วงก่อนเว้นน้ำ หรือใบส่วนใหญ่เริ่มเพสลาดควรใส่วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อให้ต้นได้สะสมอาหารและช่วยทำให้ใบแก่พร้อมกัน โดยหากใกล้ถึงเวลากักน้ำแล้วแต่ต้นยังมีใบอ่อนแซมประปราย ทางใบให้ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 อัตรา 30-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร เพื่อเร่งใบให้แก่เร็วและเพิ่มอาหารสะสมในต้น  และเมื่อต้นพร้อมแล้วจึงค่อยเริ่มกักน้ำเพื่อเตรียมกระตุ้นดอก
หมายเหตุ  ระยะ เวลาการกักน้ำขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์,อายุของต้นและขนาดของทรงพุ่มเป็นสำคัญ โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แล้วจึงค่อยเริ่มให้น้ำ(ขึ้นน้ำ)
พฤศจิกายน    เป็นช่วงระยะเริ่มแทงช่อดอกและดอกเริ่มบานในช่วงปลายเดือน ดังนั้น การให้น้ำ จะต้องระมัดระวัง โดยเริ่มให้น้ำเล็กน้อย เมื่อแทงช่อดอกยาวประมาณ 7 เซนติเมตร แค่หน้าดินเปียกและให้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ดอกมีความสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ติดผลดี การใส่ปุ๋ย  ในช่วงที่มะปรางเริ่มแทงตาดอก(ระยะตาปลา) ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา40-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร + อาหารเสริมรวม “คีเลท” สูตร เพิ่มดอก ทุก ๆ 7-14 วันประมาณ 4-5 ครั้ง จะสังเกตเห็นได้ว่า หลังจากที่ใช้ ดอกจะติดเป็นจำนวนมากขึ้น ดอกสมบูรณ์และขั้วดอกเหนียว ลดปัญหาเรื่องแมลง โดยเฉพาะ แมลงค่อมทองและเพลี้ยจั๊กจั่น
ธันวาคม    เป็นระยะที่ดอกทยอยบานและติดผลขนาดเล็ก จึงต้องปฏิบัติดูแลรักษาเป็นกรณีพิเศษ โดย การให้น้ำ เมื่อติดผลแล้วให้เพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นที่ละน้อย อย่าให้แบบทันที่ซึ่งอาจมีผลต่อการร่วงของผลอ่อน การใส่ปุ๋ย  เมื่อติดผลอ่อนขนาดหัวไม้ขีด ทางใบ ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรเร่งขนาดผล) อัตรา  50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 15-20 วัน ทางดิน ให้ใส่วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น(ประมาณตามอายุ/ขนาดของทรงพุ่ม)  หากผลผลิตมาก อาจเสริมด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 13-13-21 อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้น
หมายเหตุ หากใช้ไบโอเฟอร์ทิลเป็นประจำแล้ว ผิวมะปรางจะสวย และปัญหาเรื่องโรคแอนแทรกโนสจะลดลง ประหยัดต้นทุนสารเคมีกำจัดโรค
มกราคม    เป็นระยะที่ผลกำลังเจริญเติบโต การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/ครั้ง การใส่ปุ๋ย ทางใบ ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรเร่งขนาดผล) อัตรา  50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 15-20 วัน ทางดิน ให้ใส่วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น + ปุ๋ยเคมี สูตร 13-13-21 อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มขนาดผล และช่วยลดต้นทุน
และให้ห่อผลเมื่อผลอายุ 3 อาทิตย์ เพื่อป้องกันแมลงวันผลไม้ นก และเพื่อเพิ่มคุณภาพผล
กุมภาพันธ์    เป็นระยะผลเริ่มแก่และเก็บเกี่ยว นับเวลาจากดอกบานถึงผลแก่ ประมาณ 75 วัน ขึ้นกับพันธุ์และสิ่งแวดล้อม (อุณหภูมิความชื้น) การให้น้ำ ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและลดปริมาณให้น้อยลงเมื่อผลเริ่มแก่ แต่ต้องสม่ำเสมอเพื่อป้องกันผลแตกเมื่อมีฝนหลงฤดู ช่วงนี้ปุ๋ยเพิ่มคุณภาพ(ปุ๋ยหวาน)ไม่จำเป็นต้องใส่เนื่องจากไบโอเฟอร์ทิล นั้นมีส่วนประกอบของโปแตส ซึ่งช่วยเรื่องความหวานของผล หากฉีดเป็นประจำตามคำแนะนำ(ลดต้นทุนการใส่ปุ๋ย) และควรมีการห่อผลเพื่อป้องกันแมลงวันผลไม้ และนกจิกกิน
กุมภาพันธ์ - มีนาคม     
 
เป็นระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต การเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวผลที่แก่ คือมีลักษณะบริเวณขั้วของผลจะมีสีเหลืองเข้ม โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เก็บผลให้มีก้านติดมาด้วยอย่างน้อย 4-5 เซนติเมตร แล้วนำมาไว้ที่ร่ม ระวังจะช้ำเนื่องจากมะปรางเป็นผลไม้ผิวบาง