เมนูหลัก
 Facebook สมาชิก

สินค้ามาใหม่

แมกนีเซียมคีเลท

แมกนีเซียมคีเลท

อาหารรอง "แมกนีเซียมชนิดเข้มข้นพิเศษ “แมกซ์” สูตรเร่งใบเขียว เพิ่มการสังเคราะห์แสง คุณสมบัติ : เป็นธาตุอาหารรองในรูปคีเลท ใช้ฉีดพ่นได้ทุกช่วงของพืช ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์แสงของใบพืช เร่งใบเขียว บำรุงต้น

  250.00  บาท

เทคนิคการปลูกองุ่น

แผนการปฏิบัติงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ
สําหรับสวนองุ่นตั้งแต่การเริ่มปลูก-การทำผลผลิตคุณภาพ
1.  การเตรียมหลุมปลูก
เมื่อเตรียมดินจนอยู่ในสภาพดีและจึงขุดหลุมปลูก โดยหลุมปลูกมีขนาด กว้าง-ยาว-ลึก 50-100 เซนติเมตร แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์และสภาพของดิน ถ้าดินดีร่วนซุยหลุมก็ขุดขนาดเล็กได้ ถ้าสภาพดินไม่ดีขาดธาตุอาหารต่าง ๆ ก็ควรขุดหลุมปลูกให้โตเพื่อจะได้ปรับปรุงสภาพดินในหลุมปลูกให้ดีขึ้น ดินที่ขุดขึ้นมา ให้แยกเป็นสองกองคือ   ดินชั้นบนกองหนึ่ง ดินชั้นล่างอีกกองหนึ่ง ตากดินให้แห้งแล้วผสมดินด้วย วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA  “ตรายักษ์เขียว” สูตรเข้มข้นพิเศษ (แถบทอง) อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อหลุม แล้วจึงกลบลงในหลุมตามเดิม โดยเอาดินชั้นบนกลบลงก้นหลุมและดินชั้นล่างกลบไวดานบนเสร็จแล้วรดน้ำให้ ดินยุบตัวเสียก่อนจึงลงมือปลูก   การปลูกแบบที่ดอนนี้ การขุดหลุมปลูกให้ขุดเป็นแนวเส้นตรงไปตลอดแนวความยาวของพื้นที่ระยะระหว่างหลุม 3.00-3.50 เมตร และระยะระหว่างแถวให้เว้นห่างพอสมควร เพื่อความสะดวกในการเข้าไปปฏิบัติงานต่างๆ คือประมาณ 4.00-5.00 เมตร
2.  วิธีปลูก
เมื่อเตรียมหลุมปลูกเสร็จแล้วทำหลุมเล็ก ๆ  ในหลุมนั้น นำกิ่งลงปลูก กลบดินโดยรอบให้แน่น  รดน้ำให้ชุ่ม ปักไม้รวกติดๆ ต้น ผูกกิ่งองุ่นกับหลักไม้รวกให้แน่น หลังจากปลูก ถ้าฝนไม่ตกให้รดน้ำทุกวันและใช้ ไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 100 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร รดบริเวณรอบหลุมที่ปลูกพอเปียก ทุก ๆ เดือน เดือนละครั้ง จะทำให้ต้นองุ่นฟื้นตัวเร็ว และช่วยปรับสภาพดินได้รวดเร็ว(โดยเฉพาะในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ) ทำให้องุ่นแตกรากอ่อนได้ดี เจริญเติบโตดี ไว้ผลได้เร็วขึ้น และช่วยป้องกันแมลงศัตรูเข้าทำลาย  ช่วงที่มีฝนตกค่อนข้างหรือในฤดูฝน ควรฉีดยาป้องกันโรคและเชื้อราเป็นครั้งคราว
3.  การแต่งทรงต้น
การปลูกต้นองุ่นนั้นควรมีไม้รวกปักขนาบกับกิ่ง และคอยผูกเชือกให้ต้นแนบไม้อยู่ตลอดเวลา  ทั้ง นี้เพื่อบังคับให้ต้นตั้งตรง เมื่อต้นองุ่นเติบโตจนยอดสูงถึงระดับค้างหรือเสมอระดับลวดที่ขึงไว้ จึงทำการแต่งทรงต้น วิธีทำ คือ เด็ดยอดองุ่นที่สูงกว่าระดับลวด หลังจากนั้นต้นองุ่นจะแตกตาออกมา 2 ตา  ตรงข้ามกัน ซึ่งจะเอาไว้ทั้ง 2 กิ่ง หรือกิ่งเดียวก็ได้ ถ้าเอาไว้สองกิ่งให้จัดกิ่งทั้งสองอยู่ตรงข้ามกัน การไว้  2 กิ่ง มักพบปัญหาว่า กิ่งทั้งสองเติบโตไม่เท่ากัน ทำให้การกระจายของผลไม่สม่ำเสมอกัน จึงมักนิยมไว้กิ่งเพียงกิ่งเดียว คือ หลังจากที่เด็ดออก กิ่งที่คงไว้ทุกต้นให้จัดกิ่งให้หันไปทางเดียวกันคือหันไปทางหัวแปลงหรือทาง ทายแปลงในทิศทางเดียวกันเหมือนๆ กัน ทุกต้น ซึ่งเมื่อต้นเติบโตเต็มที่ กิ่งของต้นหนึ่งจะไปจรดโคนกิ่งของต้นถัดไปพอดี หรือเกยทับกันบ้าง  หลังจากที่จัดกิ่งให้หันไปในทิศที่ต้องการแล้ว พอกิ่งนั้นยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ให้เด็ดยอดออกกิ่งจะแตกตาใหม่ เติบโตเป็นกิ่งใหม่ 2 กิ่ง ให้คงเหลือไว้ทั้งสองกิ่ง และเมื่อกิ่งใหม่ยาวประมาณ  50 เซนติเมตร ก็เด็ดยอดอีก และเหลือไว้ทั้ง 2 กิ่งเช่นเดียวกัน ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกิ่งองุ่นเต็มค้างจึงหยุดการตัดยอด   ใน ระหว่างที่เด็ดยอดให้กิ่งแตกใหม่นั้น จะต้องจัดกิ่งให้กระจายให้เต็มค้างอย่างทั่วถึง อย่าให้ทับกันหรือซ้อนกันมาก จัดให้กิ่งอยู่บนค้างเสมอ อย่าให้กิ่งตั้งชี้ฟ้า หรือห้อยย้อยลง  ซึ่งเมื่อทำได้เช่นนี้แล้ว  การดูแลรักษา และตัดแต่งกิ่งในครั้งต่อ ๆ  ไป จะทำได้สะดวก
 
การดูแลบำรุงรักษาองุ่นในช่วงต่าง ๆ
ระยะตั้งแต่ปลูก - ช่วงแต่งทรงต้น (ระยะ “เลี้ยงเถา” ตั้งแต่เริ่มปลูก 1 - 6 เดือนแรก)
1.    ให้ น้ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำต้นองุ่นจะชะงักการเติบโต ไม่สมบูรณ์แข็งแรง ทำให้ขึ้นค้างได้ช้า ถ้าฝนไม่ตก ควรรดน้ำให้ทุกวัน
2.    ปุ๋ยทางดิน  ใส่ วัสดุปรับปรุงดิน เกรดAAA ยักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม สลับกับการใช้ปุ๋ยสูตร 25-7-7  อัตรา 200-300 กรัมต่อต้น(1-2 กำมือ)  ใส่สลับกันทุก ๆ 30 - 45 วัน  เพื่อให้ต้นองุ่นสมบูรณ์แข็งแรง  ดูด ซึมปุ๋ยได้ดี โดยการใส่ครั้งแรกมักใส่หลังจากปลูกได้ 1 เดือน วิธีใส่ให้หว่านปุ๋ยรอบ ๆ ต้น พร้อมพรวนดินรอบ ๆ ต้นบาง ๆ อย่างระมัดระวัง เพราะรากองุ่นส่วนใหญ่จะอยู่ตื้น ๆ  และ เมื่อพรวนดินแล้ว หรือหว่านปุ๋ยแล้วควรรดน้ำทันทีให้ปุ๋ยละลายซึมลงในดิน และอย่ารดจนโชกจนน้ำไหลออกจากแปลง จะชะพาปุ๋ยออกไปจากแปลงหมด
3.    ปุ๋ยทางใบ  ฉีดพ่น ไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 30-50 ซีซี ร่วมกับการใช้ อาหารเสริมรวมสูตรคีเลท “คีเลท” อัตรา 5-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 14-21 วัน จะทำให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี ช่วยต้านทานโรคและแมลงเข้าทำลาย  และในช่วงฤดูฝน ควรฉีดพ่นยาป้องกันโรคและเชื้อรา เป็นช่วง ๆ  เพื่อป้องกันการระบาดของโรค
ระยะหลังปลูกต้นอายุ 6-12 เดือน
1.     ปุ๋ยทางดิน  ใส วัสดุปรับปรุงดิน เกรดAAA ยักษ์เขียว สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา 1 กิโลกรัม ร่วมกับการใช้ปุ๋ยสูตร 25-7-7  หรือสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 300-500 กรัมต่อต้น(2-3 กำมือ)  ใส่สลับกันทุก ๆ 30 - 45 วัน วิธีใส่ก็แบบเดียวกัน  แต่หว่านให้วงกว้างขึ้น เพื่อดึงดูดให้รากกระจายตัวเพื่อหาอาหาร
2.    ปุ๋ยทางใบ  ฉีดพ่น ไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 30-50 ซีซี ร่วมกับการใช้ อาหารเสริมรวมสูตรคีเลท “คีเลท” อัตรา 5-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 14-21 วัน เป็นระยะตามคำแนะนำ จะทำให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี ป้องกันแมลงเข้าทำลาย
ระยะก่อนการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้เกิดดอกเกิดผล ประมาณ 7-10 วัน
ปุ๋ยทางดิน ใส่ปุ๋ยเร่งการแตกตาแตกกิ่งอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ประมาณ 1-2 กำมือ ต่อต้น หว่านปุ๋ยให้ทั่วแปลงรดน้ำให้ชุม 1-2 ครั้ง เพื่อให้เม็ดปุ๋ยละลายดี หลังจากนั้นจะไม่รดน้ำอีกเลยจนกว่าจะตัดแต่งกิ่งเสร็จ
ปุ๋ยทางใบ ใช้ปุ๋ยเกร็ด 0-52-34 อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นประมาณ 2-3 ครั้งเว้นระยะห่าง 7-10 วัน เพื่อเร่งใบแก่และสะสมอาหาร หลังฉีดพ่นครั้งสุดท้ายแล้ว จึงเริ่มเว้นน้ำและตัดแต่งกิ่ง(พรุนใบ)
การตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ออกดอก
ต้นองุ่นที่นำมาปลูกในบ้านเรานั้น ถ้าไม่ตัดแต่งแล้วจะไม่ออกดอกหรือออกเพียงเล็กน้อย ให้ผลที่ไม่สมบูรณ์ การจะให้องุ่นออกดอกได้ต้องตัดแตงกิ่งหลังจากที่ให้ต้นองุ่นพักตัวอย่าง เต็มที่แล้ว อายุการตัดแต่งให้ออกดอกครั้งแรก หรือมีดแรก ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น อายุของต้น และพันธุ์ เป็นหลัก  เช่น
-      องุ่นพันธุ์ คาร์ดินาล ตัดแต่งได้เมื่ออายุ 9-10 เดือน หลังจากปลูกในแปลงจริง
-      องุ่นพันธุ์ไวท์มาละกา ตัดแต่งได้เมื่ออายุ 11-12 เดือน หลังจากปลูกในแปลงจริง
กิ่งที่จะตัดแต่งเพื่อให้ออกดอก จะต้องเป็นกิ่งที่แก่จัด กิ่งเป็นสีน้ำตาล ใบแก่จัด ดังนั้นก่อนการตัดแต่งจะต้องใส่และฉีดพ่นปุ๋ยสะสมอาหาร หลังจากนั้นงดให้น้ำ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ต้นองุ่นพักตัวอย่างเต็มที่ การตัดแต่งให้ใช้กรรไกรตัดกิ่งให้สั้นลง ความยาวของกิ่งที่เหลือขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นด้วย  เช่น
1.    พันธุ์คาร์ดินาล ให้ตัดสั้นเหลือเพียง 3-4 ตา
2.    พันธุ์ไว้ท์มาละกา ให้ตัดสั้นเหลือ 5-6 ตา
3.    พันธุ์ลูสเพอเรส ตัดให้สั้นเหลือ 7-12 ตา
กิ่ง ที่ตัดออกให้รีบนำออกจากแปลงปลูก ไปเผาทิ้งหรือฝังเสีย อย่าปล่อยทิ้งไว้ใต้ต้น จะเป็นที่อยู่อาศัยของโรคแมลงต่าง ๆ ที่จะเข้าทำลายองุ่นได้  เมื่อตัดแต่งกิ่งจนหมดทั้งแปลงแล้ว จึงให้น้ำแก่ต้นองุ่น และให้ฉีดพ่น ไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร  ทุก ๆ 5-7 วัน(ประมาณ 3 ครั้ง) องุ่นจะเริ่มแตกกิ่งใหม่ จะได้ช่อดอกที่สมบูรณ์ เปอร์เซ็นต์การติดผลสูง
 
การปฏิบัติและดูแลรักษาผลผลิตองุ่น
 1. การตบแต่งกิ่งและการจัดกิ่ง
หลัง การตัดแต่งกิ่ง องุ่นจะแตกกิ่งใหม่ออกมามากมาย มีทั้งกิ่งที่มีช่อดอก กิ่งที่มีแต่ใบอย่างเดียวและกิ่งแขนงเล็กๆ อีกมากมาย พวกกิ่งแขนงเล็กให้เด็ดออกให้หมดเหลือไว้เฉพาะกิ่งที่มีช่อดอก และกิ่งที่มีแต่ใบอย่างเดียวที่เป็นกิ่งขนาดใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ใบที่อยู่โคนๆ กิ่งก็ให้เด็ดออกด้วย เพื่อให้โปร่งไม่ทึบเกินไปเมื่อตบแต่งกิ่งแล้ว และเห็นว่ากิ่งยาวพอสมควร ให้จัดให้กิ่งอยู่บนค้างอย่างเป็นระเบียบกระจายกันอยู่เต็มค้าง ไม่ทับซ้อนกัน หรือก่ายกันไปมา เพราะกิ่งที่แตกออกมาใหม่จะแตกออกทุกทิศทุกทางเกะกะไปหมด วิธีจัดกิ่งคือ โน้มกิ่งให้มาพาดอยู่บนลวด แล้วผูกมัดด้วยเชือกกล้วย หรือใบกล้วย แห้งที่ฉีดเป็นริ้ว ๆ ไม่ให้มีกิ่งที่ชี้ขึ้นมาด้านบน หรือห้อยย้อยลงข้างล่าง เพราะจะไม่สะดวกในการปฏิบัติงานเวลาจัดกิ่งต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบ กระเทือนช่อดอก เพราะจะฉีกขาดเสียหายได้ง่าย พยายามจัดให้ช่อดอกห้อยลงใต้ค้างเสมอ เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงานต่างๆ  ในสวน
 
2. การปลิดช่อ
หลังจากจัดกิ่งเรียบร้อยแล้ว ช่อดอกจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งต้นองุ่นอาจให้ช่อดอกมากเกินไป  ถ้า ปล่อยไว้ทั้งหมด ต้นจะเลี้ยงไม่ไหว ทำให้ต้นโทรมเร็ว คุณภาพของผลไม่ดีเท่าที่ควร ฉะนั้นถ้าเห็นว่ามีช่อดอกมากเกินไปให้ปลิดออกเสียบ้าง การปลิดช่ออาจทำตั้งแต่กำลังเป็นดอกอยู่ก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมเพราะไม่แน่ว่าช่อที่เหลือจะติดผลดีหรือไม่ ทางที่ดีควรปลิดช่อที่ติดเป็นผลเล็กๆ แล้ว โดยเลือกปลิดช่อที่เห็นว่ามีขนาดเล็กรูปทรงของช่อไม่สวย ติดผลไม่สม่ำเสมอ มีแมลงทำลาย เป็นต้น และให้ช่อดี ๆ ที่เหลือไว้กระจายอยู่ทั่วทุกกิ่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่มากหรือน้อยที่ด้านใดด้านหนึ่งของต้น
 
3. การปลิดผล
องุ่น ที่ปลูกกันอยู่ปัจจุบันในบ้านเรามักติดผลแน่นมาก ถ้าไม่ช่วยปลิดผลออกเสียบ้าง ผลในช่อจะแน่นเกินไป ทำให้ผลที่ได้มีขนาดเล็ก ๆ คุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร หรือเบียดเสียดกันจนผลบิดเบี้ยวทำให้ดูไม่สวยงาม ไม่ชวนซื้อ จำเป็นต้องช่วยปลิดผลในช่อออกบ้างให้เหลือพอดีๆ ไม่แน่นเกินไปหรือโปร่งเกินไป การปลิดผลออกจากช่อมักทำ 1-2 ครั้ง เมื่อผลโตพอสมควร ผลองุ่นอ่อนที่ตัดออกมาเอาไปดองไว้ขายได้ วิธีปลิดผลให้ใช้กรรไกรขนาดเล็กสอดเข้าไปตัดที่ขั้วผล อย่าใช้มือเด็ดหรือดึง เพราะจะทำให้ช่อผลช้ำเสียหาย ฉีกขาด และมีส่วนของเนื้อผลผลิตอยู่ที่ขั้ว ทำให้โรคเข้าทำลายได้ง่าย
ข้อควรระวัง เมื่อองุ่นติดผลแล้ว ผู้ที่จะเข้าไปปฏิบัติงานในสวนต้องสวมหมวกหรือโพกศีรษะเสมออย่าให้เส้นผมไป โดนผลองุ่น จะทำให้ผลองุ่นเน่าเสียหายได้
 
4.  การใช้ฮอร์โมนยืดช่อ
    สารฮอร์โมนที่ใช้ในการยืดช่อผลขยายขนาดของผล คือสาร “จิบเบอร์เรลลิน” ซึ่ง มีขายในท้องตลาดในชื่อต่าง ๆ กัน การใช้สารนี้ในแต่ละแห่งถ้ายังไม่เคยใช้