Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า*
วัสดุปรับปรุงดิน,สุดยอดอาหารพืช(ทางดิน) วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรา ยักษ์เขียว
สุดยอดอาหารพืชเพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด(ทางใบ) ปุ๋ยและฮอรโมนธรรมชาติ สุดยอดอาหารเสริมพืช(เพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด)
ผลิตภัณฑ์่กำจัดศัตรูพืชและโรคพืช(ปลอดสารพิษ) ชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ชีวภัณฑ์ป้องกันและรักษาโรคพืช
ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพดิน สารฟื้นฟูสภาพดิน





Free Hit Counter
Hit Counter
แผนที่บริษัทฯ
ดู Phakawat Group ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เทคนิคการปลูกมันสำปะหลัง

   

คุณลุงซ้อน(นิรันด์  พุ่มวารี) แห่งบ้านยางเรียง  ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร กับไร่มันสำปะหลัง ที่อายุเพียง 8 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยลุงซ้อนเริ่มไถเตรียมแปลงและลงปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคม 52  โดยใส่ปุ๋ยครั้งแรกเมื่อต้นเริ่มสูงประมาณหัวเข่า ก็ ส่ปุ๋ยยักษ์เขียวสูตร 1 (แถบทอง) ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านเป็นแนวตามแถวปลูก  และใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง เมื่อต้นความสูงได้ประมาณเอว ใส่  ยักษ์เขียว สูตร 1 (แถบทอง) ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านเป็นแนวตามแถวปลูกเช่นกัน รวมแล้ว ใช้ยักษ์เขียวสูตร 1 ในอัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี สำหรับการเก็บเกี่ยวคราวที่ผ่านมาคุณลุงซ้อนตรวจสอบจากสภาพต้นและขุด ตัวอย่างหัวมันเพื่อนำไปตรวจเปอร์เซ็นต์แป้งกับทางลานรับซื้อ(ได้ประมาณ 30%) เก็บเกี่ยวแล้วได้ชุดนี้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 21 ตันต่อไร่ เรียกได้ว่าลุงซ้อนยิ้มแก้มปริกับผลผลิตที่ได้ทั้งเปอร์เซ็นต์ทั้งปริมาณ แถมสภาพดินยังดีขึ้นผิดตาทีเดียว

 

ภควัตเพื่อนเกษตร แนะนำวิธีการดูแลลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ง่าย ๆ ได้ผลดีมาก ดังนี้ คือ

 

 

แผนการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ

สำหรับแปลงมันสำปะหลังตั้งแต่การเริ่มปลูก-การทำผลผลิตคุณภาพ

 

การเตรียมดิน

  1. ไถ ด้วยผาลสาม 1 ครั้ง ลึก  20-30 เซนติเมตร  ตากดินไว้  7-10 วัน พรวนด้วยผาลเจ็ด 1 ครั้ง   แล้วคราดเก็บเศษซาก  ราก  เหง้า  หัว  ไหลของวัชพืชข้ามปี  ออกจากแปลง
  2. พื้นที่ ลุ่มหรือลาดเอียง  ให้ยกร่องขวางแนวลาดเอียง ความสูงสันร่องประมาณ 30-40 เซนติเมตร   ระยะระหว่างร่อง  80 เซนติเมตร  สำหรับพื้นที่ราบไม่ต้องยกร่อง
  3. พื้นที่ ลาดเอียงมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ควรปลูกแฝกตามแนวระดับ ระหว่างแถวมันสำปะหลัง เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ทุกระยะ 20-30 เมตร ระยะระหว่างหลุมแฝก 10 เซนติเมตร หลุมละ 1 ต้น
  4. พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังต่อเนื่องโดยใส่ปุ๋ยเคมีซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานาน  รองพื้นด้วยวัสดุปรับปรุงดิน ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้นพิเศษ (แถบทอง) ในอัตรา 25-50  กิโลกรัม/ไร่

 

วิธีการปลูก

   ระยะปลูก 80x80 หรือ 80x100 หรือ 100x100 เซนติเมตร จำนวนต้น  1,600 - 2,500  ต้นต่อไร่  ระยะการปลูกไม่ควรชิดจนเกินไป จะทำให้มันสำปะหลังลงหัวน้อย

กรณียกร่องปลูก ให้ปลูกบนสันร่อง

- เลือก ต้นพันธุ์ใหม่และสด หรือตัดไว้นานไม่เกิน 15-30 วัน จากต้นที่สมบูรณ์  อายุ  8 - 12  เดือน  ปราศจากโรคใบไหม้ หรือการทำลายของแมลงศัตรูพืช  หรือได้รับความเสียหายจากสารกำจัดวัชพืช

- ตัดท่อนพันธุ์ยาวประมาณ  30-40 เซนติเมตร มีจำนวนตาไม่น้อยกว่า 5 ตา  ปักท่อนพันธุ์ตั้งตรง ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร  การปักท่อนพันธุ์ลึกจะทำให้มันสำปะหลังเกิดหัวได้มากขึ้น

ก่อนการปลูกกระตุ้นการแตกรากด้วย ไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง อัตรา 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์ นานประมาณ 1 ชั่วโมง นำขึ้นวาง และฉีดพ่นด้วย เมทา-แม็ก ในอัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นท่อนพันธุ์ทั้งหมดให้เปียกชุ่ม  หลังจากนั้นนำขึ้นคลุมด้วยกระสอบที่ชุบน้ำที่เหลือจากการแช่ท่อนพันธุ์  ทิ้งไว้ 1 คืน  ก่อนนำลงปลูกในแปลง

การให้ปุ๋ยทางดิน

  ใช้ ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) ทดแทนปุ๋ยเคมี

- ครั้งแรกให้ใส่หลังจากปลูกมันสำปะหลังแล้ว 20-30 วัน ใช้ ยักษ์เขียว เกรด AAA ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้น (แถบทอง) อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

- ครั้งที่สอง ใส่เมื่อมันสำปะหลังมีอายุได้ 3 เดือน โดยใช้  ยักษ์เขียว เกรด AAA ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้น (แถบทอง) อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ในพื้นที่ดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำให้เสริมปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 5-10 กก.ต่อไร่

 

การให้ปุ๋ยทางใบ 

ช่วงเดือนแรก ถึง 2.5 เดือน(75 วัน)     

- ใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง (ฝาแดง) อัตรา 30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร เริ่มฉีดพ่น หลังปักท่อนพันธุ์ประมาณ 14-20 วัน  ฉีดพ่น 1-2 เดือนครั้ง หรือฉีดพร้อมกับสารกำจัดแมลง ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของต้น ทำให้ลงหัวได้เร็วขึ้นได้เร็ว ทำให้หัวใหญ่ได้น้ำหนัก  ต้นมีสภาพสมบูรณ์มาก  ใบคลุมผิวดินได้เร็ว ช่วยป้องกันวัชพืช(หญ้า)โตแย่งอาหารได้ดี และช่วยป้องกันต้นจากโรคใบไหม้ และช่วยขับไล่แมลงศัตรูพืช(เพลี้ยแป้ง,แมลงหวี่ขาว,ฯลฯ) ป้องกันการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชได้ดีมากขึ้น

- ใช้ อาหารเสริมรวม คีเลท อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพียงเดือนละ 1 ครั้ง โดย ผสมร่วมกับไบโอเฟอร์ทิล เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง ต้นสร้างอาหารได้มาก มีความสมบูรณ์สูงสุด ส่งผลให้หัวมันเจริญได้ดีขึ้น

ช่วง 2.5 เดือน(75 วัน) ถึง ก่อนเก็บเกี่ยว(10 เดือน)

- ใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล,หัว (ฉลากเหลือง) อัตรา 30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2 เดือนครั้ง  ฉีดพ่นเพื่อเพิ่มขนาดหัว หลังจากขั้นตอนแรกต้นจะพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาหัว(ราก)เร็วขึ้น ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล,หัว ทำให้หัวโตเร็ว เพิ่มขนาดและน้ำหนักได้มากและเปอร์เซ็นต์แป้งขึ้นเร็ว

- ช่วงเดือนที่ 8-10 ให้เสริมด้วย โบวีรอน อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร เดือนละ 1 ครั้ง(ประมาณ 3 ครั้ง)ผสมฉีดร่วมกับ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล,หัว (ฉลากเหลือง) ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเซลล์(หัวมันฯ) เพิ่มน้ำหนักต่อหัวได้มากขึ้น เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมาก

 

การเก็บเกี่ยว

ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม

- เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ   8  เดือน   แต่อายุเก็บเกี่ยว ทั่วไป ประมาณ 10-12  เดือนหลังปลูก

- ไม่ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่มีฝนชุก เนื่องจากหัวมันสำปะหลังจะมีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ

- เมื่อปฎิบัติตามคำแนะนำ จะได้ผลผลิตสูง คุณภาพ(เปอร์เซ็นต์แป้ง)ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นกว่าแปลงมันสำปะหลังทั่วไป ประมาณ 15-30 วัน

 

ข้อเปรียบเทียบหลังจากใช้วัสดุปรับปรุงดิน ยักษ์เขียว เกรด AAA สูตรเข้มข้นพิเศษ และไบโอเฟอร์ทิลตามคำแนะนำเป็นประจำ(ประสบการณ์จากเกษตรกรผู้ใช้จริง)      

1.  ต้นเขียวทนกว่าทนแล้งได้ดีกว่า  ทำให้สร้างอาหารและสะสมได้มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี หัวเจริญเติบโตได้ต่อเนื่องกว่า ทำให้หัวแน่นใหญ่ได้น้ำหนัก  เปอร์เซ็นต์แป้งสูง

2.  การใช้ “ยักษ์เขียว”  เป็นประจำ  จะทำให้ต้นทุนปุ๋ยและสารทางดินต่อชุดการผลิต ลดลงได้ประมาณ 30-50 % โดยที่ผลผลิตที่ได้ยังเป็นปกติหรือดีกว่าเดิม และสังเกตได้ว่าสารอินทรีย์ในเนื้อปุ๋ยทำให้สภาพดินดีขึ้น  ดินโปร่ง อุ้มน้ำได้ดี  และพืชตอบสนองต่อการให้ปุ๋ยทางดินดีกว่าเดิม ในระยะยาวปัญหาเรื่องโรคทางดินน้อยกว่าแปลงข้างเคียงที่ไม่ได้ใช้ ผลในทางอ้อม  เนื่องจาก ยักษ์เขียว เป็นสารอินทรีย์แท้ จึงกระตุ้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ให้ย่อยปุ๋ย(เคมี)ที่ตกค้างในดินทำให้รากพืชสามารถดูดซึมกลับไปใช้ได้ ธาตุอาหารในดินจะสมดุลมากกว่า

3.  ยักษ์เขียว ผลิตจากซากสัตว์และกระดูกสัตว์ ซึ่งประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก,รองและเสริม ครบถ้วน รวมถึงแคลเซียม ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางอ้อมของอาหารเสริมทางใบลงได้กว่า 40%

4.  พืชจะเจริญเติบโตได้ดี   และเมื่อใช้ไบโอเฟอร์ทิลเป็นประจำ จะสังเกตได้ว่าแมลงศัตรูพืชที่เข้ามารบกวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ลดต้นทุนการใช้สารเคมีกำจัดแมลง และอาหารเสริมอื่น ๆ ได้กว่า 50% (ในพื้นที่ที่มีการระบาดมาก หากใช้ไบโอเฟอร์ทิล ฉีดร่วมกับยากำจัดศัตรูพืช ก็จะทำให้สามารถคุมและป้องกันการเข้าทำลาย ได้นานขึ้น)

 

ติดต่อสอบถาม

ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
โทรศัพท์
Security Code
ใส่ตัวอักษรที่อยู่ด้านบน
บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน
เทคนิคการปลูกพริกไทย (48635) การปลูกผักบุ้งจีน (21313) เทคนิคการทำมะนาวนอกฤดู (12695)
การกู้สวนจากภาวะน้ำท่วม (3241)