Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า*
วัสดุปรับปรุงดิน,สุดยอดอาหารพืช(ทางดิน) วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรา ยักษ์เขียว
สุดยอดอาหารพืชเพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด(ทางใบ) ปุ๋ยและฮอรโมนธรรมชาติ สุดยอดอาหารเสริมพืช(เพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด)
ผลิตภัณฑ์่กำจัดศัตรูพืชและโรคพืช(ปลอดสารพิษ) ชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ชีวภัณฑ์ป้องกันและรักษาโรคพืช
ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพดิน สารฟื้นฟูสภาพดิน





Free Hit Counter
Hit Counter
แผนที่บริษัทฯ
ดู Phakawat Group ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

กำจัดแมลงด้วย เมทาไรเซี่ยม จุลินทรีย์ปลอดสารพิษ

          หลายคนอาจรู้จักแต่ไม่เคยใช้  หลายคน อาจทั้งไม่รู้จักและไม่เคยใช้  เชื้อจุลินทรีย์ หรือที่ภาษาบ้าน ๆ เรียกว่า เชื้อรา ซึ่งในโลกนี้มีเยอะแยะมากมายนับกันไม่หมด  มีทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษกับมนุษย์  แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่นักวิจัยเค้าได้ค้นคว้าแล้ว ว่าใช้กับ ลวก  เพื่อนบ้านที่เราไม่ต้องการ ได้ผลและไม่มีพิษกับเรา  ซึ่งเราเรียก เจ้าเชื้อรา ชนิดนี้ว่า เมตาไรเซียม (Metarhizium spp.)  ซึ่งตอนนี้นำมาใช้ด้านการเกษตรอย่างได้ผล โดยเชื้อราพระเอกของเราจะเข้าไปทำให้ปลวก, หนอนและแมลงศัตรูพืชเป็นโรคระบาด โดยเมื่อปลวกสัมผัสหรือกินเข้าไป เชื้อราจะเข้าไปเติบโต เจริญเส้นใย และหลั่งสารพิษเพื่อทําลายแมลง สามารถกำจัดปลวกได้ยกรังทีเดียว และผมอยากให้เราช่วยกันแนะนำให้ “เจ้าคุณปลวก” เพื่อนบ้านของเราได้รู้จัก  เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับสารพิษใกล้ตัวอย่างที่เคยแล้ว  เมตาไรเซียมยังเจริญเติบโต(ต่อเชื้อ)ได้เองในธรรมชาติ ทำให้เราไม่ต้องจ้างคนมาเทยาพิษไล่ปลวกลงใต้ถุนบ้าน ปลอดภัยกับเรา ธรรมชาติ และลูกหลานของเรา อีกด้วย

 

 

มอดที่ตายด้วยเชื้อราเมทาไรเซี่ยม    

แมลงวันผลไม้(แมลงวันทอง)ที่ตายด้วยเชื้อราเมทาไรเซี่ยม

 

ตั๊กแตนที่ตายด้วยเชื้อราเมทาไรเซี่ยม

แมลงสาบที่ตายด้วยเชื้อราเมทาไรเซี่ยม


นายยักษ์เขียว

ตบท้ายด้วยข่าวและงานวิจัยด้านการเกษตรเล็ก ๆ น้อย ๆ จากนักวิชาการบ้านเรา นำมาเทียบเคียงกันได้ครับ

ข่าว

พบ “เชื้อรา” สกัดเพลี้ยในพืชผัก ช่วยลดใช้สารเคมีในการเกษตร

จากที่สังคมได้ตื่นตัวเรื่องสภาพแวดล้อมมากขึ้น รวมไปถึงการคำนึงถึงผลเสียของการปนเปื้อนของสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ

ทำให้เกิดความต้องการที่จะลดปริมาณการใช้สารเคมีลง โดยเฉพาะในพืชผักนั้น หลายฝ่ายต่างคิดค้นหาวิธีอื่นทดแทน เช่นเดียวกับ 2 นักวิจัย

จากสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง มทร.ล้านนา และ มทร.ธัญบุรี ที่ได้วิจัยค้นพบ “เชื้อรา” สกัดเพลี้ยอ่อนได้ชะงัด

อันนำมาซึ่งการช่วยลดปริมาณใช้สารเคมีในพืชผัก

นักวิจัยทั้งสอง คือ ผศ.ดร.มาลี ตั้งระเบียบ จากสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง มทร.ล้านนา และ ผศ.ดร.ศิรินันธ์ เอี่ยมประภา

นักวิจัยจาก มทร.ธัญบุรี คือเจ้าของผลงานวิจัยสายพันธุ์เชื้อราเพื่อใช้ในการควบคุมเพลี้ยอ่อนได้เป็นผลสำเร็จ

ผศ.ดร.ศิริ นันธ์ กล่าวถึงเหตุผลที่วิจัยเชื้อราว่า เกิดจากการที่ตัวเอง และผศ.ดร.มาลี เพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็นว่า ปัจจุบันสังคมได้ตื่นตัวเรื่อง

สภาพแวดล้อมมากขึ้น รวมไปถึงการคำนึงถึงผลเสียของการปนเปื้อนของสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในอาหารประเภทพืช ผัก ผลไม้

ทำให้หลายฝ่ายต่างต้องการที่จะลดปริมาณการใช้สารเคมีลง ซึ่งต่างก็คิดค้นหาวิธีการอื่นมาทดแทน

“วิธี ที่เราทราบก็เช่น การใช้สารสกัดจากพืช หรือการใช้แมลงตัวห้ำ แต่ในส่วนของการวิจัยครั้งนี้ เราได้เลือกศึกษาหาว่า สายพันธุ์เชื้อราชนิดใด

ที่มีความสามารถควบคุมเพลี้ยอ่อนได้ ซึ่งเพลี้ยอ่อนพวกนี้ ที่รู้จักกันดี คือ เพลี้ยอ่อนลูกท้อ พบเห็นได้ในพืชผัก โดยเฉพาะพริก

นอก จากทำความเสียหายให้แก่พืชผักแล้ว เพลี้ยอ่อนพวกนี้ยังเป็นตัวนำเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคพืชชนิดอื่นๆ อีกด้วย” ผศ.ดร.ศิรินันธ์ แจง

 พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.มาลี เสริมถึงรายละเอียดงานวิจัยว่า ทีมได้คัดเลือกสายพันธุ์เชื้อรา จำนวน 27 ไอโซเลต ประกอบด้วย Metarhizium spp. 17

ไอโซเลต, Paecilomyces spp. 7 ไอโซเลต และ Hirsutella citriformis 3 ไอโซเลต มาทดสอบ โดยใช้สปอร์แขวนลอยที่ความเข้มข้น 108

สปอร์ต่อมิลลิลิตร นำไปฉีดพ่นกับเพลี้ยอ่อน Myzus persicae ที่พบมากในพริก และเพลี้ยอ่อน Macrosiphum euphobiae หรือเพลี้ยลูกท้อ

ซึ่งพบตามพืชผักทั่วไป ทั้งนี้ ผลจการทดสอบแบบ CAD พบว่า เชื้อราที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมเพลี้ยอ่อนทั้ง 2 ชนิด

คือ Metarhizium sp. ไอโซเลต 7965

“เชื้อราไอโซเลต 7965 เป็นไอโซเลตที่มีประสิทธิภาพกับเพลี้ยอ่อนทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติคือเลี้ยงง่าย เติบโตและสร้างสปอร์ได้เร็ว

ซึ่งเหมาะสมในสภาพความเป็นจริงในธรรมชาติ เพราะการระบาดของเพลี้ยอ่อนมักเกิดขึ้นในพืชผักหลายชนิดพร้อมๆ กัน

ซึ่งทำให้เกษตรกรต้องหันมาใช้สารเคมีมากขึ้น แต่หากสามารถเพาะเลี้ยงเชื้อรานี้ได้ แล้วนำไปใช้ในวงการเกษตร ก็เท่ากับว่าช่วยลดปริมาณ

การใช้สารเคมีฆ่าแมลงลงได้ อันส่งผลดีต่อสุขภาพของทุกคนด้วย”

นับเป็นอีกงานวิจัย อันเป็นแนวทางที่จะต่อยอดนำไปพัฒนาใช้กับเชื้อราตัวอื่นๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามธรรมชาติ มีอยู่หลากหลายชนิด

และมีคุณสมบัติพิเศษเช่นเดียวกับเชื้อรา ไอโซเลต ที่สามารถควบคุมปริมาณเพลี้ยอ่อนให้หยุดการเจริญเติบโตได้อย่างชะงัด

ซึ่งท้ายที่สุดเป็นการนำมาซึ่งการลดปริมาณการใช้สารเคมีในพืช ผัก ผลไม้ ได้โดยปริยาย

ที่มา หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก  2 พ.ย. 2553

 

งานวิจัย


ประสิทธิภาพการควบคุมของเชื้อรา Metarhizium anisopliae ในแมลงวันผลไม (Diptera: Tephritidae)


นริศ ท้าวจันทร1 และ อนุชิต ชินาจริยวงศ1  Narit Thaochan1 and Anuchit Chinajariyawong1

                                                                       บทคัดย่อ

     แมลงวันผลไม (Diptera: Tephritidae) เป็นแมลงศัตรูพืชที่มีความสำคัญ สามารถเข้าทำลายผลไมและพืชผักได้หลายชนิด แพรหลายทั่วโลก มีการจัดจำแนกแมลงวันผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจไวประมาณ 200 ชนิด การควบคุมแมลงผลไมด้วยเชื้อรา Metarhizium anisopliae ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นทางเลือกหนึ่งที่นำมาใช้ ผลจากการศึกษาการ ควบคุมตัวเต็มวัยของแมลงวันผลไม (Bactrocera papayae Drew & Hancock) ดวยเชื้อรา M. anisopliae 3 ไอโซเลท (M1, M3 และ M4) ที่แยกไดจากแมลงในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและเชื้อบริสุทธิ์ 1 ไอโซเลท (M2) ที่ไดรับจากศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ความสามารถในการก่อให้เกิดโรคกับแมลงวันผลไมที่อายุ 10 วัน ที่ความเข้มข้นของสปอร์ 1x106 สปอร์/มิลลิลิตรของเชื้อราทั้ง 4 ไอโซเลท พบว่าเชื้อราสามารถฆ่าแมลงวันผลไม้ได โดยแมลงจะตายด้วยเชื้อราไอโซเลท M1, M2, M3 และ M4 ภายในระยะเวลา 4.00 ฑ 0.00, 5.33 ฑ 0.58, 4.00 ฑ 0.00 และ 4.67 ฑ 1.15 วัน ตามลำดับ การทดสอบการแพร่กระจายของแมลงที่ติดเชื้อราสูแมลงปกติในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 มีอัตราการตายของแมลงด้วยเชื้อราไอโซเลท M2 (1.33 ฑ 0.29 ตัว) และ M3 (1.37 ฑ 0.40 ตัว) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากเชื้อราไอโซเลท M1 (2.00 ฑ 0.00 ตัว) และ M4 (1.97 ฑ 0.05 ตัว) (P<0.05) ส่วนการแพร่กระจายของแมลงที่ติดเชื้อราสูแมลงปกติในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 อัตราการตายของแมลงไมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05)

ที่มา :  วารสารวิทยาศาสตร์การเกษตร

 

ประสิทธภาพเชื้อรา Metarhizium anisopliae ในการเข้าทําลายหนอนด้วงหนวดยาวเจาะลําต้นอ้อย Dorysthenes uqueti Guerin (Coleoptera: Cerambycediae) ในห้องปฏิบัติการ

 

วิวัฒน สือสะอาด, พิมพรรณ สมมาตย 1,ปวีณา บูชาเทียน 1,อาภรณ ปั้นทองคํา  1 และรัตติรส เชียงสิน 1

บทคัดย่อ

จากการสำรวจแมลงศัตรูอ้อยในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 – พฤษภาคม 2547 พบเชื้อราเขียว Metarhizium anisopliae ลงทำลายหนอนด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นอ้อย Dorysthenes buqueti ในพื้นที่ปลูกอ้อยรวม 4 จังหวด ได้แก่ อำเภอบ้านบึง จังหวดชลบุรี  อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี  อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น จากการศึกษาความรุนแรงของเชื้อราเขียว M. anisopliae ทั้ง 4 ไอโซเลท กับหนอนด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นอ้อยในห้องปฏิบัติการ พบวาเชื้อราไอโซเลทที่เก็บได้จากอำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น สามารถทำให้หนอนตายได้ 100 เปอร์เซ็นต์

 

 

ประสิทธิภาพของสารจากเชื้อรา Metarhizium anisopliae ในการกำจัดปลวก Coptotermes curvignathus ศัตรูในต้นยางพารา

        เศรษฐพงศ์ อัศวรัตน1, กฤษณพัฒน์ จิตจักร1, ปองสิทธิ์ โพธิคุณ1 และอรวรรณ ปิยะบุญ1

 

บทคัดย่อ

ปลวกสายพันธุ Coptotermes curvignathus เป็น แมลงศัตรูพืชที่สำคัญ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อต้นยางพารา การควบคุมปลวกด้วยชีววิธีโดยอาศัยเชื้อราเป็นกระบวนการหนึ่งที่สามารถกําจัด ปลวกได้ในระยะยาว และไม่ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เชื้อรา Metarhizium anisopliae เป็นเชื้อราที่ก่อโรคกับแมลงได้หลายชนิด โดยการเจริญเส้นใย และหลั่งสารพิษเพื่อทำลายแมลง ในการศึกษาประสิทธิภาพของสารจากเชื้อรา Metarhizium anisopliae ในการกำจัดปลวก Coptotermes curvignathus ศัตรูในต้นยางพารา โดยการฉีดพ่นปลวกด้วยสปอร์ของเชื้อราความเข้มข้น 5x107สปอร์ต่อมิลลิลิตร และสารจากเชื้อราที่มีความเข้มข้นของ สปอร์เริ่มต้น 1x108 5x107 และ2.5x107 สปอร์ต่อมิลลิลิตร พบว่าจำนวนปลวกที่ตายทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 90 89 95 และ 93 ตามลำดับ ดังนั้นประสิทธิภาพของสปอร์ของเชื้อราและสารจากเชื้อราในการกำจัดปลวกไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05)

  

การใช้เชื้อราศัตรูแมลงในการควบคุมหนอนกระทู้หอม (Spodoptera exigua Hub.)

มณจันทร เมฆธน  และ ศศิเทพ ปติพรเทพิน  Monchan Maketon and Sasithep Pitiporntapin 

       

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ไดศึกษาประสิทธิภาพของเชื้อรา 5 ชนิดในการกําจัดหนอนกระทูหอมระยะไข  หนอนวัย 1-2 และ  พบว่าหลังหยดส่วนผสมของสปอร์ที่มีความเข้มข้น 1x106 สปอร์/มล. 1 ครั้งลงบนไขหนอนกระทูหอมและตรวจผลการทดลองเป็นเวลา 1 สัปดาห์ในห้องปฏิบัติการ พบว่าไข่ที่ไดรับเชื้อรา Paecilomyces lilacinus CKP-012) มีเปอร์เซ็นต์การฟักเฉลี่ยต่ำที่สุดเท่ากับ 56.95 ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P < .01) จากไขที่รับเชื้อรา Metarhizium anisopliae (CKM-048), P. lilacinus (CKP-032), M. lavoviride CKM-083), Beauveria bassiana  (CKB-048), น้ำกลั่น และกลุ่มควบคุม ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การฟักเฉลี่ยเท่ากับ 94.96, 95.00, 97.62, 98.57, 99.11 และ 99.48 ตามลำดับ ในหนอนวัย1-2 พบว่าหนอนที่ไดรับเชื้อรา  M. anisopliae (CKM-048)  และ P. lilacinus (CKP-012)  ให้ค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การตายของหนอนสูงสุดเท่ากับ 36.67  และ36.67 รองลงมาคือหนอนที่ไดรับเชื้อรา P. lilacinus (CKP-032), M. lavoviride (CKM-083) B.  bassiana (CKB-048),กลุ่มควบคุม และน้ำกลั่น ที่มีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การตายของหนอน เท่ากับ  30.00, 16.67, 10.00, 0.00 และ0.00 ตามลำดับ ในหนอนวัย 3 พบว่าหนอนที่ไดรับเชื้อรา M. anisopliae (CKM-048) มีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การตายของหนอนสูงสุด เท่ากับ 36.67 รองลงมาคือ P. lilacinus (CKP-012), M. flavoviride  (CKM-083), P. lilacinus (CKP-032), B. bassiana CKB-48) น้ำกลั่น, และกลุ่มควบคุม, ที่มีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การตายของหนอน เท่ากับ 28.33, 20.00, 20.00, 3.33, 8.33, และ 5.00 ตามลำดับ


 

เชียงใหม่สัตวแพทยสาร 2552;7(1):7-17

นิพนธต้นฉบับ

ผลของเชื้อรา Metarhizium anisopliae ต่อเห็บโค (Boophilus microplus) 

มาลี ตั้งระเบียบ 1 , กรกฎ งานวงศพาณิชย 2

บทคัดย่อ

การศึกษา การนำเชื้อราสาเหตุโรคแมลงชนิด Metarhizium anisopliae  มาทดสอบต่อ เห็บโค (Boophilus microplus) ทําการทดลอง 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกทำการทดสอบความสามารถของเชื้อราในการทำให้เห็บโคเกิดโรคาย โดยใช้เชื้อรา จำนวน 5 สายพันธุ ที่ระดับความเข้มข้น 5 x108  โคนิเดีย ตอมล. ด้วยวิธีพ่นสารแขวนลอยเชื้อราบนตัวเห็บเพศเมียระยะกินเลือดจนอิ่มตัว (engorge) ลงในสารแขวนลอยของเชื้อรา   นับจำนวนเห็บที่ตายและมีเชื้อราขึ้นปกคลุม นำมาหาเปอร์เซ็นต์การตายที่แท้จริง โดยใช้ Abbot’s  formula  ผลการทดลองพบว่า เชื้อราจำนวน 4 สายพันธุ  มีความสามารถในการทำให้เห็บโคเกิดโรคตาย โดยที่เปอร์เซ็นต์การตายของเห็บขึ้นอยู่กับสายพันธุของเชื้อรา            M. anisopliae (Ma.) 6079 และ Ma. 7965 มีอัตราการตายร้อยละ 100 ในขณะที่สายพันธุ Ma. 7527 พบว่าไมสามารถทำให้เห็บตายได ขั้นตอนที่ 2 เป็นการนำเชื้อราที่มีความสามารถในการทำให้เห็บโคเกิดโรคตายสูง มาทดสอบหาความรุนแรงของเชื้อรา ที่ 4 ระดับความเข้มข้น ไดแก 1x104, 1x106 , 1x108  และ 1x1010 โคนิเดียตอมล. นําจำนวนเห็บที่ตายและมีเชื้อราขึ้นปกคลุมไปคำนวณหาค่า median  lethal concentration ( LC50 ) และ median ethal time ( LT50 ) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ M stat C ซึ่งใช้ หลักการ Probit analysis   พบว่าเชื้อรา สายพันธุ a. 6079   มีค่า LC50 เท่ากับ 2.4 ×104 โคนิเดียต่อมล. มีค่า LT50  เท่ากับ 11.9 วัน สายพันธุ Ma.  6171   มีค่า C50 เท่ากับ 5.00×105 โคนิเดียต่อ มม. ค่า LT50  เท่ากับ 6.31 วัน สายพันธุ  7965   มีคา LC50 เท่ากับ 3.4 × 104 โคนิเดียต่อมล. มีค่า LT50 เท่ากับ 5.53   วัน ซึ่งจากค่า LC 50 และค่า LT50 แสดงให้เห็นว่า  เชื้อราที่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุมปริมาณเห็บโคไดดีคือ เชื้อราสายพันธุ Ma.  7965 ซึ่งเมื่อนำไปศึกษาผลที่มีต่อผิวหนังละร่างกายโค พบว่าเชื้อราไมสามารถก่อให้เกิดโรคกับโคได้

 

อย่างไรก็ตาม  เมื่อเรานำไปใช้ก็ต้องศึกษาถึงคุณลักษณะ และสภาพแวดล้อมในการใช้งานที่เหมาะสมด้วย  สำหรับเชื้อรา Metarhizium จะให้ประสิทธิภาพในการควบคุมและกำจัดได้ดี เมื่อใช้ในสภาพแวดล้อมที่ มีความชื้นสูงเหมาะที่จะใช้งานในช่วงหน้าฝนหรือในพื้นที่เกษตร หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความชุ่มชื้น ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่ง หากเรารู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากชีวภัณฑ์ปลอดสารพิษจากธรรมชาติอย่างถูกต้อง

 

ติดต่อสอบถาม

ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
โทรศัพท์
บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน