Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า*
วัสดุปรับปรุงดิน,สุดยอดอาหารพืช(ทางดิน) วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรา ยักษ์เขียว
สุดยอดอาหารพืชเพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด(ทางใบ) ปุ๋ยและฮอรโมนธรรมชาติ สุดยอดอาหารเสริมพืช(เพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด)
ผลิตภัณฑ์่กำจัดศัตรูพืชและโรคพืช(ปลอดสารพิษ) ชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ชีวภัณฑ์ป้องกันและรักษาโรคพืช
ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพดิน สารฟื้นฟูสภาพดิน





Free Hit Counter
Hit Counter
แผนที่บริษัทฯ
ดู Phakawat Group ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เทคนิคการปลูกฝรั่ง

แผนการปฏิบัติงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ

สำหรับสวนฝรั่งตั้งแต่การเริ่มปลูก-การทำผลผลิตคุณภาพ

 

การปลูกฝรั่ง

          หลังจากที่เลือกพื้นที่ปลูกได้แล้ว  ถ้าต้องการจะปลูกเป็นสวนก็ควรจะจัดระยะปลูกระหว่างแถวและระหว่างต้นประมาณ  3x3 เมตร  ในเนื้อที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ  160 ต้น

 

การเตรียมหลุมปลูก

ขนาดของหลุมปลูกควรกว้าง  0.5 เมตร และลึก  0.5 เมตร โดยดินที่ขุดขึ้นมาจากหลุมนั้น ให้แยกเป็นสองกอง คือ ดินชั้นบนแยกไว้กองหนึ่ง ดินชั้นล่างอีกกองหนึ่ง ตากดินที่ขุดขึ้นมาสัก 15 - 20 วัน แล้วผสมดินทั้งสองกองและรองพื้นด้วยวัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 200-300 กรัม อัตรา 200-300 กรัม แล้วจึงกลบดินลงไปในหลุมตามเดิม โดยเอาดินชั้นบนลงไว้ก้นหลุมและดินชั้นล่างกลบทับลงไปที่หลัง ดินที่กลบลงไปจะสูงกว่าปากหลุม ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ดินยุบตัวดีเสียก่อน หรือรดน้ำให้ดินยุบตัวดีเสียก่อน จึงลงมือปลูกระยะปลูก

หมายเหตุ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไส้เดือนฝอยรากปม  ให้ใส่ พี-แม็ก ผสมกับดินก้นหลุมอัตรา 10 กรัมต่อหลุม เพื่อกำจัดไส้เดือนฝอยรากปม และป้องกันการเข้าทำลายในช่วงที่รากฝรั่งเจริญเติบโต

1.   การดูแลและการทำงาน (หลังปลูก -ต้นอายุ 6 เดือน)

1.1 ผูกยึดตนใหแนนกับหลักไมรวกที่ปกไวเพื่อปองกันไมใหตนโยกคลอน

1.2 มีการจัดร่มเงาให้ต้นฝรั่ง  ในระยะแรกโดยอาจใช้ทางมะพร้าวปักพรางแสง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นได้รับแดดจัดเกินไปในช่วงแรก

1.3 ต้องให้น้ำแก่ต้นที่ปลูกใหม่อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ระวังอย่าให้ต้นขาดน้ำ

1.4 การให้ปุ๋ยทางดินแก่ต้น ใช้ วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 200-300 กรัม(1-2 กำมือ) ทุก ๆ  30 วัน/ครั้ง เริ่มใส่ต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 1 เดือนหลังปลูก

1.5 สำหรับพื้นที่ที่มีไส้เดือนฝอยรากปมระบาดชุกชุม ทุก ๆ 3-6 เดือน ให้ใช้เชื้อราควบคุมและกำจัดไส้เดือนฝอย "พี-แม็ก" อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นผิวดินบหรือใช้รดบริเวณรอบทรงพุ่มของฝรั่งเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช

1.6 ควรใช้ปุ๋ยไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบให้กับต้นฝรั่ง เดือนละ 1-2 ครั้ง จะทำให้ต้นฝรั่งเจริญเติบโตดี  ให้ผลผลิตได้เร็วและอายุการให้ผลผลิตนานขึ้น

1.7 อย่าฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดวัชพืชใกล้บริเวณโคนต้นหรือทรงพุ่ม เพราะจะทำให้รากฝรั่งกระทบกระเทือน

 

      2.   การดูแลและการทำงาน (ต้นอายุ 6 เดือนขึ้นไป)

2.1 การให้ปุ๋ยทางดินควรเริ่มปรับเป็นการให้ทุก ๆ 20-30 วันต่อครั้ง ใช้วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 300-500  กรัมต่อต้น(2-3 กำมือ) และเสริมปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ในบางช่วงที่มีผลผลิตมากในอัตรา 150-300 กรัมต่อต้น(1-2 กำมือ)

2.2 สำหรับพื้นที่ที่มีไส้เดือนฝอยรากปมระบาดชุกชุม ทุก ๆ 3-6 เดือน ให้ใช้เชื้อราควบคุมและกำจัดไส้เดือนฝอย "พี-แม็ก" อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร รดหรือฉีดพ่นบริเวณรอบทรงพุ่มของฝรั่งเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช

2.3 ปุ๋ยทางใบ ให้ใช้ไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง สลับกับ สูตรเร่งขนาดผล(ในช่วงมีผลผลิต)  โดยฉีดพ่นอัตรา  40 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 10-14 วัน จะทำให้ต้นฝรั่งมีดอกและผลมาก  ขั้วเหนียว ติดผลมาก ไม่สลัดผลแม้ในช่วงอากาศร้อนจัด และทำให้ผลมีขนาดใหญ่ ให้ผลผลิตได้หลายปี

2.4 ต้องให้น้ำแก่ต้นที่ปลูกใหม่อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ระวังอย่าให้ต้นขาดน้ำ

 

 

ปีที่ 7 กับการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพิ่มผลผลิต ต้นทุนลดลง 50% กับกลุ่มสวนฝรั่งพี่หาญ  อยู่พิทักษ์ ต.ท่าทราย สมุทรสาคร

การพยุงต้นฝรั่ง

          ฝรั่งจะเริ่มออกผลเมื่ออายุประมาณ  6  เดือน  ควรใช้ไม้ไผ่ปักและผูกยึดไว้กับกิ่งเพื่อพยุงผลฝรั่ง  โดยให้ปักใกล้กับกิ่งที่ออกผลแล้ว และผูกยึดกับกิ่งไว้ 

 การตัดแต่งกิ่ง

          การตัดแต่งกิ่งจะช่วยให้ฝรั่งเกิดกิ่งอ่อน  ทำให้ทรงพุ่มโปร่ง  อากาศถ่ายเทสะดวก  แสงแดดส่องทั่วถึง  สะดวกในการเก็บผลและการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคและแมลง และยังทำให้ได้ผลผลิตที่แน่นอน  ช่วยให้ผลมีขนาดใหญ่  สำหรับสวนใหม่ควรมีการตัดแต่งกิ่งทุกปี  เพื่อกระตุ้นการเจริญและการสร้างตาดอก  โดยทั่วไปต้นที่สมบูรณ์จะตัดกิ่งก้านออก  25-30 เปอร์เซ็นต์  สำหรับต้นที่ไม่แข็งแรงให้ตัดกิ่งก้านออกประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์และฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล ตามคำแนะนำ  ก็จะทำให้ต้นสร้างตาดอกได้ดี  และมีอายุการให้ผลผลิตนานขึ้นกว่าปกติ เกือบเท่าตัว

 

การบังคับให้ฝรั่งออกดอก

          โดยทั่วไปฝรั่งจะให้ผลเร็วถ้าเป็นฝรั่งที่ได้จากกิ่งตอน  จะเก็บผลครั้งแรกได้เมื่ออายุประมาณ  1 ปี ถ้าเป็นต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเก็บผลได้ช้ากว่า คือเมื่ออายุประมาณ  1 ½ - 2 ปี  สำหรับวิธีการบังคับให้ฝรั่งออกดอก สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

1.    การโน้มกิ่ง  ฝรั่งมีช่อดอกที่กิ่งอ่อน  ดังนั้นการทำให้เกิดกิ่งอ่อนก็จะชักนำให้เกิดตาดอกได้  การโน้มกิ่งฝรั่งให้โน้มกิ่งให้อยู่ในแนวระนาบแล้วใช้ไม้รวกยึดปักไว้  ฉีดพ่นด้วยไบโอเฟอร์ทิล (สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 40-50 ซีซี ประมาณ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน กิ่งที่โน้มก็จะแตกช่อดอกออกมามาก

2.    การตัดแต่งกิ่ง  การตัดแต่งกิ่งก็สามารถทำให้เกิดการแตกกิ่งอ่อนและช่อดอกได้  โดยให้ตัดแต่ง กิ่งที่อ่อนแอ, กิ่งที่เป็นโรค และกิ่งที่ไม่ได้รับแสง

3.    การทำให้ใบร่วง  โดยใช้ปุ๋ยพวกยูเรียหรือสารเคมีจำพวก กำมะถันผง ละลายน้ำให้เข้มข้น  25 เปอร์เซ็นต์  พ่นให้ทั่วทั้งต้น เพื่อให้ใบฝรั่งร่วงหมด  เมื่อใบฝรั่งเริ่มร่วง จึงฉีดพ่นปุ๋ยไบโอเฟอร์ทิล (สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 40-50 ซีซี ประมาณ 5 ครั้ง ห่างกัน 5-7 วัน ก็จะเห็นช่อดอกเจริญออกมา พร้อมกิ่งอ่อนที่แตกขึ้นใหม่ และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในอีก 5 เดือนต่อมา  หมายเหตุ  วิธีนี้เหมาะสำหรับต้นฝรั่งบำรุงด้วยปุ๋ยตามที่แนะนะ ซึ่งมีความสมบูรณ์ เพราะการทำให้ใบร่วงนั้น ต้นฝรั่งจะสร้างใบใหม่ เพื่อทดแทนใบเดิมซึ่งหมดสภาพหรือหลุดร่วงไป ทำให้ต้องสูญเสียพลังงานและอาหารที่สะสมไว้มาก  ดังนั้นหากต้นไม่สมบูรณ์พอ  อาจทำให้ดอกและผลฝรั่งที่ได้ร่วงก่อนกำหนด  หรือต้นมีสภาพทรุดโทรมเร็ว  ให้ผลผลิตได้ไม่นานเท่าที่ควร

4.    การเด็ดยอดฝรั่ง  โดยนับใบจากปลายกิ่งเข้าไปถึงใบคู่ที่  4  แล้วจึงเด็ดยอดทิ้ง  จากนั้นไม่กี่วัน  ฝรั่งก็จะแทงดอกออกมา

อนึ่ง การบังคับให้ฝรั่งออกดอกนั้นทำได้ไม่ยากนัก  ถ้าต้นฝรั่งได้รับการบำรุงที่ดี และสมบูรณ์แข็งแรง  แต่ควรคำนึงด้วยว่า การให้ฝรั่งมีผลมาก ผลที่ได้ก็จะเล็กลง  ดังนั้นจึงต้องให้ปุ๋ยและน้ำแก่ต้นฝรั่งที่บังคับการออกดอกให้มากกว่าปกติตามวิธีการดูแลที่แนะนำอย่างสม่ำเสมอ และมีการซอยผลออกบ้างในบางช่วง ก็จะทำให้ต้นฝรั่งให้ผลผลิตได้นาน ต้นสมบูรณ์เต็มที่

 

การห่อผล

          โดยทั่วไปจะเริ่มห่อผลฝรั่งเมื่อมีขนาดเท่าลูกมะนาว หรือหลังดอกบานแล้ว  1 เดือน  ก่อนห่อควรพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราและแมลงที่ผลฝรั่งเสียก่อน หรือใช้ไตรโคแม็กและไบโอเฟอร์ทิล (สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) ฉีดพ่นที่ผลก่อนก็ได้

 

การเก็บเกี่ยว

          นับจากดอกบานจนถึงผลแก่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้จะใช้เวลาประมาณ  5 เดือน ฝรั่งที่ยังอ่อน ผิวจะมีสีเขียวเข้ม  เมื่อเริ่มแก่สีเขียวจะจางลงและเต่งตึงเป็นมัน  ไม่ควรเก็บผลที่ยังไม่แก่เต็มที่เพราะยังมีการสร้างแป้งและสีไม่เต็มที่  ผลจะนิ่ม  การเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรตัดขั้วผลมาด้วยโดยไม่ต้องเอาถุงพลาสติกที่หุ้มผลฝรั่งออกเพื่อประหยัดเวลา  ถ้าไม่มีขั้วติดผลจะทำให้ฝรั่งเสื่อมคุณภาพเร็ว และถูกเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย

 

ข้อสังเกตและเปรียบเทียบหลังจากใช้ไบโอเฟอร์ทิล ตามคำแนะนำ เป็นประจำ

1.    ต้นฝรั่งจะสมบูรณ์ สามารถให้ผลผลิตมาก ดอกติดดก, ขั้วเหนียวและ ต้นฝรั่งจะมีอายุยืนกว่าสวนที่ไม่ได้ใช้

2.    ผลฝรั่งเก็บเกี่ยว จะมีรสชาติดีกว่า และสีผิวของผลจะนวลเป็นมันกว่า สวนที่ไม่ได้ใช้

3.    เมื่อใช้เป็นประจำ (3-4 ครั้งขึ้นไป) จะสังเกตได้ว่าแมลงศัตรูพืชที่เข้ามารบกวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจำพวกผีเสื้อกลางคืนซึ่งเป็นตัวแม่ของหนอนชนิดต่าง ๆ รวมถึงแมลงวันทอง และด้วงกัดกินใบ  ทำให้ประหยัดต้นทุนยากำจัดศัตรูพืช และลดความเสียหายได้ดีกว่า  (ในพื้นที่ที่มีการระบาดมาก หากใช้ไบโอเฟอร์ทิล ฉีดร่วมกับยากำจัดศัตรูพืช ก็จะทำให้สามารถคุมและป้องกันการเข้าทำลาย ได้นานขึ้น)

4.    ใบพืชจะเขียวเงาเป็นมัน อายุใบนานขึ้นทำให้ต้นไม่สูญเสียอาหารในการสร้างใบใหม่ (ไบโอเฟอร์ทิล เป็นสารธรรมชาติ ไม่กัดผิวใบทำให้ใบด้านเหมือนการใช้เคมีอย่างเดียว)

5.    สุขภาพผู้ปลูกดีขึ้น เนื่องจาก สัมผัสหรือจับต้องสารเคมีน้อยลง

6.    เมื่อใช้ร่วมกับ ปุ๋ยอินทรีย์ ตรายักษ์เขียว จะสามารถลดต้นทุน การใช้ปุ๋ยลงอีกประมาณ  20-50%

7.    การใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ “ยักษ์เขียว”  ร่วมด้วยเป็นประจำ  จะทำให้ต้นทุนปุ๋ยและสารทางดินต่อชุดการผลิต ลดลงได้ประมาณ 50 % โดยที่ผลผลิตที่ได้ยังเป็นปกติหรือดีกว่าเดิม และสังเกตได้ว่าสารอินทรีย์ในเนื้อปุ๋ยทำให้สภาพดินดีขึ้น  ดินโปร่ง อุ้มน้ำได้ดี  ต้นทนแล้งได้ดีขึ้น  และพืชตอบสนองต่อการให้ปุ๋ยทางดินดีกว่าเดิม ในระยะยาวปัญหาเรื่องโรคทางดินน้อยกว่าแปลงข้างเคียงที่ไม่ได้ใช้ ผลในทางอ้อม  เนื่องจาก ยักษ์เขียว เป็นสารอินทรีย์แท้ จึงกระตุ้นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ให้ย่อยปุ๋ย(เคมี)ที่ตกค้างในดินทำให้รากพืชสามารถดูดซึมกลับไปใช้ได้ ธาตุอาหารในดินจะสมดุลมากกว่า

 

การกำจัดศัตรูพืชทั่วไปแมลงวันทอง, เพลี้ยอ่อน,เพลี้ยแป้ง,หนอนเจาะผล 

ใช้ชีวภัณฑ์(ปลอดสารพิษ) เมทา-แม็ก อัตรา 80 กรัม + บาร์ท๊อป อัตรา 80 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น เพื่อกำจัดและควบคุม ทุก ๆ 10-15 วัน  เมทา-แม็ก เป็นชีวภัณฑ์ประเภทเชื้อรา ซึ่งเมื่อสัมผัสโดนตัวศัตรูพืชเป้าหมาย จะแทงเส้นใยเข้าไปตามข้อต่อหรือเนื้อเยื่ออ่อนของตัวแมลง และเข้าไปเติบโตขยายเชื้อ ขัดขวางการดำรงชีพของแมลงและสร้างสารพิษทำให้แมลงตาย หลังจากนั้นก็จะแทงเส้นใยออกจากตัวแมลงเพื่อสร้างสปอร์ขยายเชื้อต่อซึ่งสามารถขยายพันธุ์และสร้างสปอร์ต่อเนื่องได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  ดังนั้นในแปลงที่ใช้ เมทา-แม็ก ฉีดพ่นเพื่อกำจัดและควบคุมเพลี้ย,หนอน,แมลงศัตรูพืช ตามคำแนะนำ จะสังเกตได้ว่า แมลงศัตรูพืชจะระบาดน้อยลงมาก เมื่อใช้ต่อเนื่อง ประมาณ 3-4 ครั้ง ทำให้สามารถหยุดหรือเว้นช่วงเวลาการใช้สารกำจัดแมลงได้ยาวนานขึ้น  ต่างกับการใช้สารเคมีกำจัด ซึ่งมีแมลงศัตรูพืชมีโอกาสที่จะดื้อยาได้สูง ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้น หรือปริมาณ สิ้นเปลืองทั้งต้นทุนและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทั้งผู้ใช้และผู้บริโภค

 

การแก้ไขฝรั่งที่เป็นรากปมเนื่องจากถูกไส้เดือนฝอยเข้าทำลายราก

ฝรั่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่รากค่อนข้างอ่อนแอ  ในบางพื้นที่อาจมีการระบาดของไส้เดือนฝอย โดยเฉพาะภาคกลาง ซึ่งไส้เดือนฝอยชนิดนี้จะเข้าทำลายรากของฝรั่ง โดยการเข้าไปอยู่ในรากและดูดกินอาหาร  อาการที่สังเกตได้คือ ต้นจะเหลืองโทรม เมื่อขุดรากขึ้นมา จะสังเกตเห็นว่ารากฝรั่งเป็นปม คลายรากถั่ว       เมื่อพบอาการ ให้รี่บใช้ “พีแม็ก” อัตรา 100 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร + ไบโอเฟอร์ทิล สูตรไล่แมลง(ฝาแดง)  อัตรา 50-100 ซีซี  ผสมให้เข้ากัน ฉีดพ่นบริเวณรอบทรงพุ่มที่บริเวณที่มีรากของต้นฝรั่ง จำนวน 2  ครั้งห่างกันครั้งละ 15 วัน โดยก่อนฉีดพ่นให้ใช้คราดขูดเปิดผิวดินบาง ๆ และรดน้ำผิวดินให้ชุ่มชื้นเพื่อให้เนื้อสารกระจายตัวได้ดี จากนั้นจึงค่อยฉีดพ่น (“พีแม็ก” 1 ซอง จะผสมน้ำได้ 40 ลิตร  ใช้ฉีดพ่นผิวดินรอบทรงพุ่มได้ประมาณ 50-80 ต้นทรงพุ่มละประมาณ ½ ลิตร) หลังจากนั้น แนะนำให้ใช้ป้องกันและกำจัดโดยทุก ๆ 3-6 เดือน

 

     ภาพขยาย ไส้เดือนฝอยรากปม

กระบวนการในการทำงาน(ฆ่าไส้เดือนฝอย)ของ “พีแม็ก” จะมีขั้นตอนดังนี้คือ

1.    หลังจากฉีดพ่น 3-5 วันแรก เชื้อจุลินทรีย์ พีแม็ก จะเริ่มฟักตัวและขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณในดิน โดยใช้อาหารส่วนหนึ่งจาก “ไบโอเฟอร์ทิล”ที่ผสมเข้าไป และต้นฝรั่งเมื่อได้รับไบโอเฟอร์ทิลจะเริ่มสดชื่นขึ้น และเริ่มแตกรากใหม่และใบใหม่(ประมาณ 1-2 อาทิตย์)

2.    หลังจากนั้น จุลินทรีย์จะเริ่มทำงานเต็มที่ โดยทำลายไข่ไส้เดือนฝอย,ไส้เดือนฝอยเพศเมีย โดยไข่ไส้เดือนฝอยจะถูกทำลาย ประมาณ 14 วัน และตัวแก่เพศเมียจะเริ่มตายลงตามลำดับ

3.    หลังการฉีดพ่นครั้งที่ 2 (ห่างจากครั้งแรก 10-15 วัน) จะทำให้ไข่และเพศเมียที่เหลือรอดถูกทำลาย

4.    ตัวแก่เพศผู้ อื่น ๆ จะเริ่มทยอยตาย  โดยการขยายพันธุ์ของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช จะลดลงตามลำดับ เนื่องจากไม่มีเพศเมียที่สามารถขยายพันธุ์และวางไข่ได้(การกำจัดและควบคุมอย่างเด็ดขาดทั่วทั้งแปลงโดยไม่กลับมาเป็นซ้ำ ใช้เวลาประมาณ 30 วัน)

 

หมายเหตุ

1.    จะสังเกตเห็นได้ว่าต้นฝรั่งมีสภาพดีขึ้นชัดเจนหลังจากใช้ตามคำแนะนำ ประมาณ 10-20 วัน (ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับสภาพต้นแต่ละต้นในแปลงว่าโดนไส้เดือนฝอยเข้าทำลายมากน้อยเพียงใด)

2.    การใช้วัสดุปรับปรุงดิน “ยักษ์เขียว”  และฮอร์โมนจากธรรมชาติ ร่วมกับ”พีแม็ก” จะช่วยกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและลดการเข้าทำลายของไส้เดือนฝอยได้ดีและเร็วขึ้น

3.    เชื้อจุลินทรีย์ “พีแม็ก” เป็นสิ่งมีชีวิต  ดังนั้นในการใช้งานทุกครั้งต้องมั่นใจว่าภาชนะที่บรรจุ ปราศจากสารเคมีกำจัดเชื้อราตกค้าง เพราะจะทำให้เชื้อตายหรือทำงานได้ไม่เต็มที่หรือไม่ได้ผล(ควรซื้อถังฉีดสะพายหลังใหม่ สำหรับใช้โดยกับกรณีนี้โดยเฉพาะ)

4.    หลังจากต้นฝรั่งเริ่มดีขึ้น  อย่าพึ่งวางใจและหยุดใช้  เนื่องจากพื้นดินหรือในพื้นที่นั้นหรือบริเวณใกล้เคียง อาจมีไส้เดือนฝอยปะปนอยู่ทั่วไป  เปรียบได้กับคนซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง  การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาจฉีดซ้ำอีก 1-2 ครั้ง หรือฉีดพ่นควบคุมและป้องกันอัตราตามที่แนะนำ ทุก ๆ 3-6 เดือน/ครั้ง  เพื่อป้องกันเข้าทำลายและการระบาดของไส้เดือนฝอยรากปมจากแหล่งข้างเคียง

5.    หากมีอาการรากเน่าแทรกซ้อน(เนื่องจากเชื้อไฟท๊อปเทอร่าเข้าบริเวณแผลที่ถูกไส้เดือนฝอยทำลาย) สังเกตจากเมื่อขุดรากขึ้นมาดู มีอาการรากเน่าเป็นสีน้ำตาล หรือรากถอดปลอก ให้ผสม “ไตรโคแม็ก” ร่วมกับการใช้ “พีแม็ก” ในแต่ละครั้ง ด้วย

ติดต่อสอบถาม

ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
โทรศัพท์
Security Code
ใส่ตัวอักษรที่อยู่ด้านบน
บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน
เทคนิคการปลูกพริกไทย (55958) การปลูกผักบุ้งจีน (25344) เทคนิคการทำมะนาวนอกฤดู (14541)
การกู้สวนจากภาวะน้ำท่วม (3491)