Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ค้นหาสินค้า
หมวดหมู่สินค้า*
วัสดุปรับปรุงดิน,สุดยอดอาหารพืช(ทางดิน) วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรา ยักษ์เขียว
สุดยอดอาหารพืชเพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด(ทางใบ) ปุ๋ยและฮอรโมนธรรมชาติ สุดยอดอาหารเสริมพืช(เพิ่มความสมบูรณ์สูงสุด)
ผลิตภัณฑ์่กำจัดศัตรูพืชและโรคพืช(ปลอดสารพิษ) ชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ชีวภัณฑ์ป้องกันและรักษาโรคพืช
ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพดิน สารฟื้นฟูสภาพดิน





Free Hit Counter
Hit Counter
แผนที่บริษัทฯ
ดู Phakawat Group ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เทคนิคการปลูกลิ้นจี่

ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต กับการปลูกลิ้นจี่

 

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ดิน  ดินที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ของลิ้นจี่ควรเป็นดินที่มีหน้าดินลึก มีอินทรียวัตถุมาก ได้แก่ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถึงเป็นกลาง คือ มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ระหว่าง 5-6 และต้องมีการระบายน้ำ ดีและควรมีระดับความสูงจากระดับน้ำ ทะเลมากกว่า 400 เมตร โดยเฉพาะพันธุ์ฮงฮวย โอวเฮียะ กิมเจ็ง และ พันธุ์จักรพรรดิ

อากาศ  อากาศที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตและออกดอกติดผลของลิ้นจี่ควรมีอากาศเย็นในฤดูหนาว และไมมีอากาศรอนจัดคืออุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส และในช่วงก่อนดอกต้องการอุณหภูมิต่ำ กว่า 15 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง หรือต่ำ กว่า 10 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมงเมื่อติดผลแล้วอุณหภูมิจะสูงขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส จะทำ ให้ผลแห้งและแตกได้

ความชื้นในอากาศ  ความชื้นสัมพันธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลิ้นจี่ มี 2 ระยะ คือความชื้นในระยะก่อนออกดอกควรต่ำ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และความชื้นในระยะติดผลจะอยู่ในช่วง 80-100 เปอร์เซ็นต์

การเตรียมพื้นที่ปลูก

พื้นที่ลุ่ม  พื้นที่ซึ่งเป็นที่ลุ่มจำเป็นต้องยกร่อง ควรยกแปลงให้มีความกว้างของแปลงอย่างน้อย 6 เมตร  ร่องลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร เพื่อระบายน้ำ ให้ฤดูฝนและกักน้ำ ให้ฤดูแลง

พื้นที่ดอน  พื้นที่ดอน ควรจะปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานถ้าพื้นที่มีความลาดชัน มาก ควรจัดทำ แนวชั้นบันได หรือปรับระดับบริเวณหลุมปลูก

ระยะปลูก  ลิ้นจี่ใช้ระยะปลูกระหว่าง 8X8 เมตร ถึง 10X10 เมตร ในพื้นที่ยกร่องขนาดของร่องจะบังคับระยะไว้ 8 เมตร ส่วนในพื้นที่ดอนระยะปลูกขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินเลวปลูกถี่  ดินดีปลูกหาง

วิธีการปลูก

การเตรียมหลุมปลูก  ในพื้นที่ลุ่มควรชุดหลุมในแนวตรงบนแปลงขนาด กว้าง ยาว ลึก ประมาณ 50-80 เซนติเมตร  โรยปุ๋ยอินทรีย์ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง)  อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อหลุม หรือประมาณ 2-3 กำมือ คลุกให้เข้ากันแล้วกลบลงหลุมโดยให้ดินบริเวณปากหลุมสูงกว่าดินเดิมประมาณ 15 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ดอนขุดหลุมในแนวตรง กว้าง ยาวและลึกประมาณ 50-80 เซนติเมตร และเตรียมหลุมเช่นเดียวกันกับการเตรียมหลุมในที่ลุ่ม

การเตรียมกิ่งพันธุ์   ควรจะเตรียมกิ่งตอนไวลวงหนาใหอยูในสภาพที่แข็งแรงตั้งตัวไดแลว โดยเลี้ยงไว้ในเรือนเพาะชำ ก่อนนำ ลงปลูก
การเตรียมไม้หลักพยุงและร่มเงา  ไม้หลักพยุง ใช้ไม้ไผ่รวกหรือไม้ที่แข็งแรงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1.5 เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร  ร่มเงา ใช้เพิงหรือกิ่งไม้ที่ใบไม่ร่วง เช่น ทางมะพร้าวบังแดดด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

วิธีการปลูก

นำ กิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูกกลางหลุม หากภาชนะที่ใช้เพาะสลายตัวยาก เช่น ถุงพลาสติก หรือกระถาง ต้องนำกิ่งพันธุ์ออกจากภาชนะก่อนปลูก การปลูกควรให้ระดับดินบนภาชนะเพาะชำอยู่เท่ากับระดับดินในแปลง กลบดินโดยรอบ กดให้แน่น หลังจากนั้นให้ไม้หลักที่เตรียมไว้ปักใกล้ ๆ กับกิ่งพันธุ์และผูกเชือกพยุงตัวไว้เพื่อให้ต้นตั้งตรงบังด้วยร่มเงา รดน้ำ

การปฏิบัติดูแลรักษาหลังปลูก

การให้น้ำ  ช่วงเวลาหลังจากปลูกจะตรงกับฤดูฝน ถ้าฝนตกหนักควรทำทางระบายน้ำ และตรวจดูบริเวณหลุมปลูก ถ้าดินยุบตัวเป็นแอ่งมีน้ำขังต้องพูนดินเพิ่ม แต่ถ้าหากฝนทิ้งช่วงควรรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ
การป้องกันกำจัดโรคและแมลง
ในช่วงที่แตกใบอ่อน ควรตรวจสอบ และฉีดสารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงที่ทำลายใบอ่อน

การควบคุมวัชพืช

ควบ คุมวัชพืชโดยใช้วิธีขุด ถาก ถอน หรือ ตัด งดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช  เพราะจะกระทบกระเทือนกับรากลิ้นจี่ อีกทั้งละอองสารเคมีอาจจะไปทำลายต้นลิ้นจี่ ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตต่ำ

การตัดแตงกิ่ง

ควรเลี้ยงให้มีลำต้นกลางเพียงต้นเดียวและไว้กิ่งแรกสูงจากพื้นดินประมาณ 40-80 เซนติเมตร และตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งน้ำค้าง กิ่งแขนงเล็ก ๆ  ด้านในทรงพุม กิ่งไขว้ ตลอดจนกิ่งที่ทำมุมแคบออกและควรทารอยแผลที่ตัดด้วยปูนแดงกินกับหมาก
การปลูกไม้บังลม
ในแหล่งที่มีลมแรงควรเตรียมการปลูกไม้บังลมไว้ก่อนโดยพิจารณาถึง
1.    ทิศทางลม
2.    ชนิดไม้บังลมที่จะปลูกควรโตเร็ว กิ่งก้านน้อย ทรงสูง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะต้านทานลมได้ดี เช่น ไม้ไผ่รวก
3.    ปลูกให้ห่างจากแถวลิ้นจี่ อย่างน้อย 6 เมตร
4.    การปลูกไม้บังลม ปลูก 2 แถว สลับฟันปลา และควรปลูกไม้บังลมก่อนปลูกลิ้นจี่ 1 ปี เป็นอย่างน้อย ไม้บังลมจะมีกี่แนวขึ้นอยู่กับระยะความยาวของสวนกับความสูงของไม้บังลม

การปฏิบัติดูแลรักษา

การให้น้ำ
1.    ลิ้นจี่อายุ 1-3 ปี ในฤดูแล้งให้น้ำสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง(ตามสภาพอากาศ)
2.    ลิ้นจี่ต้นที่ให้ผลผลิตแล้วในฤดูแล้งต้องให้น้ำสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 3-4 ครั้ง แต่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ก่อนออกดอกควรงดการให้น้ำ หากมีฝนตกต้องทำทางระบายน้ำออกจากแปลง  โดยเน้นบริเวณโคนต้นให้โปร่งเพราะต้องการความชื้นน้อย เพื่อเพิ่มความเครียดให้ต้นลิ้นจี่(ช่วยให้ออกดอกได้ง่ายขึ้น)ในระยะก่อนการ ออกดอก หลังจากสังเกตเห็นเริ่มแทงช่อดอกลักษณะเป็นเขี้ยวเล็ก ๆ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ควรเริ่มให้น้ำ  โดยเริ่มให้ในปริมาณที่น้อยและให้บริเวณรอบนอกของทรงพุ่มต่อจากนั้นค่อย ๆ เพิ่มปริมาณน้ำและให้น้ำในทรงพุ่มมากขึ้น โดยให้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และควรงดให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต 7-10 วัน
3.    ปริมาณน้ำที่ให้แต่ละครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อดินขนาดของทรงพุ่มและวิธีการใหน้ำ
วิธีการให้น้ำ 
3.1 การ ให้น้ำทางใต้ผิวดิน  เป็นการให้น้ำโดยยกระดับน้ำใต้ดินให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่รากสามารถดูดไปใช้ ได้ เช่น การยกร่องปลูก ฯลฯ  วิธีนี้เหมาะสำหรับ พื้นที่ลุ่ม ที่เป็นดินร่วนค่อนข้างเหนียวใกล้แหล่งชลประทาน(คลอง,แม่น้ำ)
3.2 การให้น้ำทางผิวดิน คือ ปล่อยให้น้ำขังหรือปล่อยให้ไหลไปตามผิวดิน การให้น้ำแบบนี้จะต้องปรับพื้นที่ให้เรียบและมีความลาดเทเล็กน้อย (ประมาณ 2%) รดน้ำโดยการใชสายยาง สูบน้ำจากแหล่งน้ำและลากสายยางรดตามต้น  วิธีนี้จะสิ้นเปลืองน้ำมาก ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำชลประทานน้อย
3.3 การ ให้น้ำแบบฉีดฝอย(สปริงเกอร์) เป็นการให้น้ำโดยผ่านทางท่อด้วยแรงดันและให้น้ำพ่นเป็นฝอยทางหัวฉีดบริเวณ ทรงพุม วิธีนี้จะประหยัดน้ำกว่าการให้น้ำแบบที่ 3.2 ทำได้รวดเร็วสม่ำเสมอและใช้แรงงานน้อย แต่การลงทุนครั้งแรกค่อนข้างสูง

การให้ปุ๋ย
1.    การให้ปุ๋ยลิ้นจี่ที่ยังไม่ให้ผลผลิต (อายุ 1-3 ปี)

ทางดิน

-          ปีแรก-ปีที่ ให้ใช้ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง) อัตราประมาณ  200-300 กรัม/ต้น(ประมาณ 1-2 กำมือ) ใส่สลับกับการใช้ปุ๋ย สูตร 25-7-7 หรือ สูตรเสมอ 15-15-15  (ใส่ในสัดส่วน ยักษ์เขียว 2 ครั้ง สลับปุ๋ยเคมี 1 ครั้ง ใน 1 ปี จะใส่ปุ๋ยรวมทั้งหมดประมาณ 8-9 ครั้ง) โดยระยะเวลาใส่ปุ๋ยให้ห่างกันประมาณ 30-45 วัน  สำหรับปริมาณการใส่มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม และระยะเวลา  เมื่อปฎิบัติตามข้างต้น เกษตรกรก็จะได้ต้นลิ้นจี่ที่มีสภาพสมบูรณ์มาก และสามารถไว้ผลผลิตได้เร็ว
ทางใบ 
-  ตั้งแต่เริ่มปลูก(1-3 ปี)  ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 15-30 วัน หรือทุกช่วงที่ต้องการให้ลิ้นจี่แตกใบอ่อน  จะทำให้ต้นลิ้นจี่มีการแตกทรงพุ่มดี ใบใหม่ที่ได้มีคุณภาพ และป้องกันแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย
2.    การให้ปุ๋ยลิ้นจี่ที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุ 4 ปีขึ้นไป)
ระยะที่ 1 หลังการเก็บเกี่ยวผลแล้วต้องตัดแต่งกิ่งและให้ปุ๋ยในเดือนมิถุนายน เพื่อฟื้นฟูสภาพต้น และบำรุงต้นให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ โดย
ทางดิน  แบ่งใส่เป็น 3  ครั้ง ดังนี้
ครั้งแรก   หลังตัดแต่งกิ่งแล้ว ใส่ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง) อัตรา 1-1.5 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อฟื้นฟูต้นหลังเก็บเกี่ยว และให้ต้นสร้างใบชุดใหม่
ครั้งที่ 2    หลังจากนั้น 30 วัน ใส่ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง) อัตรา 1-1.5 กิโลกรัมต่อต้น อีกหนึ่งครั้ง
ครั้งที่ 3    ช่วงปลายฤดูฝน สำหรับต้นลิ้นจี่ ที่มีการติดผลดกในฤดูกาลที่ผ่านมา แนะนำให้ใส่เสริมด้วยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้น อีกหนึ่งครั้ง  เพื่อให้ต้นลิ้นจี่มีสภาพสมบูรณ์เต็มที่พร้อมจะให้ดอกติดผลได้ดี
ทางใบ   หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จ  ให้ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 7-14 วัน จนกระทั่งใบใหม่ที่ได้เพสลาด จะทำให้ได้ใบใหม่ที่มีคุณภาพ ป้องกันแมลงรบกวน  พร้อมสำหรับการเตรียมต้นในระยะต่อไป
ระยะที่ 2 การใหปุยในระยะนี้มีวัตถุประสงคเพื่อเปนการเตรียมตนลิ้นจี่ใหพรอมที่จะออกดอกในฤดูกาล (ประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม)
ทางดิน  ก่อนช่วงติดดอกของทุกปี ประมาณ 30 วัน  ให้ใส่ปุ๋ยสะสม เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ต้น โดยใช้  หรือ สูตร 8-24-24  อัตรา ต้นละ 0.5  กิโลกรัม(2-3 กำมือ) แล้วรดน้ำ ตาม 1-2 ครั้ง เพื่อให้เนื้อปุ๋ยละลาย แล้วจึงเริ่มงดน้ำ
ระยะที่ 3 เมื่อลิ้นจี่เริ่มแทงตาปลายาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร)
ทางใบ  ให้ฉีดพ่น ไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 30-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 7-10 วัน ประมาณ  3-4 ครั้ง จนกระทั่งดอกบาน  จะทำให้ ช่อยาว ขั้วเหนียว  เปอร์เซ็นต์การติดผลดี  และยังช่วยป้องกันแมลงเข้าทำลายช่อดอกได้
ระยะที่ 4  การให้ปุ๋ยในระยะติดผล เพื่อเร่งขนาดผล สร้างเนื้อ  ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี  โดยเริ่มให้ปุ๋ย เมื่อลิ้นจี่ติดผลโตขนาด 5 มิลลิเมตร(เท่าเม็ดข้าวโพด)
ทางดิน 
ครั้งแรก  ใส่ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง) อัตรา 1-1.5 กิโลกรัมต่อต้น
ครั้งที่สอง  หลังจากครั้งแรก 30-45 วันหรือเมื่อเมล็ดเริ่มแก่ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้น
ครั้งที่สาม  หากลิ้นจี่ติดผลดกมาก  แนะนำให้เสริมด้วยการใส่ “ยักษ์เขียว” สูตร 1 (แถบทอง) อัตรากิโลกรัมต่อต้น ก่อนเก็บเกี่ยว ประมาณ 20-30 วัน อีกครั้งหนึ่ง
ทางใบ 
ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล(สูตรเร่งขนาดผล) เมื่อผลโตเท่าเม็ดข้าวโพด  อัตรา  50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ร่วมกับ อาหารเสริมรวม คีเลท อัตรา 5 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 10-14 วัน ทำให้ผลที่ได้มีขนาดใหญ่สม่ำเสมอกัน เนื้อแน่น ทนต่อการขนส่ง และเก็บรักษา
หมายเหตุ ช่วงแทงช่อดอก และช่วงติดผลจนถึงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน ให้ใช้ แคลเซียมโบรอน “แคล-แม็ก”  อัตรา 20  ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 7-10 วัน เพื่อป้องกันการแตก ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว
การบังคับให้ลิ้นจี่ออกดอกโดยการควั่นกิ่ง
การ ควั่นกิ่งมีวัตถุประสงคเพื่อชวยใหกิ่งมีการเก็บสะสมอาหารมากขึ้น  ระยะที่เหมาะสมในการควั่นกิ่ง คือ ช่วงที่ลิ้นจี่แตกใบอ่อน ครั้งที่ 2 (ช่วงเดือนตุลาคม)
กิ่งที่ควั่น ควรเปนกิ่งที่มีสวนกลมมากที่สุดการเลือกขนาดกิ่งจะเลือกตามอายุลิ้นจี่ ดังนี้
1. อายุ 4-6 ปี เลือกกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 / 2 – 2 นิ้ว
2. อายุ 7-10 ปี เลือกกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว
3. อายุ 11-15 ปี เลือกกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-8 นิ้ว

วิธีการควั่นกิ่ง

ใช้เลื่อยโค้งเล็กขนาด 1 มิลลิเมตร เลื่อยให้ทะลุเปลือกตัดเยื่อเจริญโดยรอบแล้วใช้ลวดทองแดงที่มีขนาดเสนผาศูนยกลาง 1.5 มิลลิเมตรรัด แล้วใช้คีมดึงขันลวดให้แน่นสนิทกับรอยเลื่อย หลังจากนั้น ประมาณ 30-40 วัน สังเกตดูจะเห็นส่วนบนของรอยควั่นจะโตกว่าส่วนล่างเล็กน้อยจึงแก้ลวดมัดออก
ตำแหน่งกิ่งที่ไม่ควรควั่น
- ตำแหน่งลำต้น
- ตำแหน่งกิ่งใหญ่
ข้อเสียของการควั่นกิ่งที่ไม่ถูกวิธี
1. ควั่นกิ่งที่โต หรือลำต้น ทำให้กิ่งหรือต้นตายได้
2. ควั่นโดยใช้เลื่อยโต ผิดขนาดแผลใหญ่ ทำให้แผลหายไม่สนิทหลังติดผลต้นจะโทรม
3. ใช้ลวดโตเกินไป ทำให้เกิดบาดแผลลึก ต้นจะโทรม
4. ช่วงระยะเวลาบังคับนานเกินไป ทำให้แผลมีขนาดใหญ่
5. ควั่นกิ่งขณะที่แตกใบอ่อน ทำให้ใบไม่สมบูรณ์เป็นโรคง่าย
 
การห่อผล
เมื่อผลลิ้นจี่เริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดงเรื่อๆ หรือเริ่มจะแก่หรือก่อนเก็บเกี่ยว  20-25 วัน ควรห่อผลใช้ถุงกระดาษหรือถุงพลาสติก (ตัดปลายถุง) ห่อทั้งช่อผล ผูกปากถุงกับโคนก้านช่อให้แน่น ให้ผลทั้งช่ออยู่ในถุง

วิธีการสังเกตผลแก

เมื่อผลลิ้นจี่แก่ คือ หลังจากดอกบานประมาณ 4 เดือน หรือสังเกตจากขนาดผลโตเต็มที่ สีของผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีชมพูปนแดง ไหล่ผลกว้างออก ฐานของหนามที่เปลือกจะขยายออกปลายหนามแหลม ร่องหนามถ่างออกเห็นได้ชัด เนื้อแห้ง กลิ่นหอม รสหวาน เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มเป็นมัน

 

ติดต่อสอบถาม

ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
โทรศัพท์
Security Code
ใส่ตัวอักษรที่อยู่ด้านบน
บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน
เทคนิคการปลูกพริกไทย (49278) การปลูกผักบุ้งจีน (21591) เทคนิคการทำมะนาวนอกฤดู (12873)
การกู้สวนจากภาวะน้ำท่วม (3271)